Farcry 3

  หลังไปบุกป่าฝ่าดงข้ามทุ่งหญ้าสะวันนากันมาในเกมภาคสอง “ฟาร์คราย” ต้นตำรับเกม FPS แนวโอเพ่นเวิลด์ กลับมาให้ผู้เล่นผจญภัยเอาชีวิตรอดกันอีกครั้ง ด้วยการหวนคืนถิ่นสู่มนต์เสน่ห์เกาะแดนใต้ที่พร้อมปลุกสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่แฝงอยู่ในตัวคุณ

เกมฟาร์ครายภาคสามนี้ ถูกพัฒนาโดย Ubisoft Montreal ทีมงานชุดเดิมจากสองภาคแรก แถมยังเป็นทีมสร้างผู้พัฒนาเกมตระกูลทอมแคลนซี่ และซีรีส์แอสซาซินครีด รวมไปถึงเกมจากหนังอวตาร์อีกด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเกมภาคนี้ถึงได้รับอิทธิพลมาจากเกมอื่นหรือมีกลิ่นอายภาพยนตร์บางเรื่องผสมอยู่ โดยตัวเกมภาคใหม่ยังคงใช้เอนจิ้นตัวเดียวกับภาคก่อนแต่เป็นเวอร์ชันอัพเกรด Dunia Engine 2 ส่งผลให้ภาพกราฟฟิกถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งต้องแลกมาด้วยสเปคคอมระดับสูง และที่สำคัญคือการ์ดจอต้องแรงจริงถึงจะเอาเกมนี้อยู่

เนื้อเรื่องในเกมนั้น จะกล่าวถึงวัยรุ่นชาวอเมริกันกลุ่มหนึ่ง นำโดยสามพี่น้องตระกูล Brody ที่ตัดสินใจจัดทริปพิเศษในช่วงวันหยุดยาว พาแฟนและเพื่อนเดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะเขตร้อนในแถบทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ดันเกิดไอเดียแผลงชักชวนกันไปเล่นดิ่งพสุธาจนสุดท้ายพลัดหลงไปตกลงกลางเกาะลึกลับแห่งหนึ่งที่มีพวกโจรสลัดเสื้อแดงปกครองอยู่ และทำให้พวกเขาทั้ง 7 คนถูกจับตัวไปเป็นเชลย แต่โชคยังดีที่หนึ่งในนั้นหนีรอดออกมาได้ และได้รับการช่วยเหลือจากกองกำลังต่อต้านชาวพื้นเมือง จึงเกิดเป็นการผจญภัยปลุกสัญชาตญาณดิบเพื่อชิงผองเพื่อนกลับคืนมา ไปพร้อมๆกับการปลดแอกดินแดนแห่งนี้

ผู้เล่นจะได้รับบท “Jason Brody” น้องชายคนกลางหน้าเด๋อที่หลบหนีทุลักทุเลจากค่ายเชลยออกมาได้เพียงคนเดียว จนคนในพื้นที่ขนานนามว่า “Snow White” โดยหน้าที่หลักของเขาคือการออกตามหาช่วยเพื่อนๆที่ถูกจับตัวไป และแก้แค้นให้กับพี่ชายนายทหารที่ถูกสังหารโหดต่อหน้าต่อตาด้วยน้ำมือของ “Vaas” เหม่งโมฮอว์คจอมซาดิสม์ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มโจรสลัดเสื้อแดง ซึ่งการไปให้ถึงจุดนั้นผู้เล่นจำป็นต้องฝึกฝนเอาชีวิตรอดท่ามกลางป่าเขาเปลี่ยนตัวเองจากผู้ถูกล่าให้กลายเป็นสุดยอดนักล่า ถ้าหากดูจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นเกาะและหน้าตาชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่แล้ว ในตอนแรกอาจคิดว่าตัวเราไปติดอยู่บนหมู่เกาะแถบฟิลิปปินส์หรือไม่ก็อินโดเนเซีย แต่พอเล่นไปเรื่อยๆจนถึงช่วงย้อนความหลังก็ถึงกับบางอ้อที่แท้มันคือเกาะตอนใต้ของไทย สังเกตุได้จากป้ายไฟหน้าผับที่พวกตัวเอกไปเที่ยวก่อนถูกจับ ซึ่งเขียนเป็นตัวอักษรไทยชัดเจนว่า “ไกลตะโกน” (แปลตรงตัวจาก Far Cry) แถมผู้คนท้องถิ่นยังเรียกพวกตัวเอกว่า “ฝรั่ง” (Farang) โดยทัศนียภาพต่างๆของเกาะ Rook Island ในเกมน่าจะดัดแปลงมาจากเกาะภูเก็ตบ้านเรานี่เอง

รูปแบบการเล่นในเกมจะเน้นอิสระเหมือนภาคก่อนๆ เปิดโอกาสให้ผู้เล่นเดินสำรวจไปได้ทั่วทั้งเกาะ แต่ต่างกันตรงที่ในภาคนี้ถึงแม้เราจะเดินไปทั่วบริเวณแล้วก็ตาม สิ่งต่างๆที่เราพบเห็นจะไม่ปรากฏบนแผนที่จนกว่าเราจะขึ้นไปแฮ็คหอวิทยุ (Radio Tower) ที่ตั้งตระหง่านประจำแต่ละจุดเสียก่อน คล้ายๆกับการปีนหอคอยในเกมแอสซาซินครีด เมื่อแฮ็คสำเร็จพื้นที่บริเวณนั้นก็จะถูกเปิดเผยออกมา ทั้งหีบสมบัติ โบราณวัตถุ สมุนไพร สัตว์ป่าเจ้าถิ่น ร้านค้า ยานพาหนะ ฐานที่มั่นศัตรู รวมไปถึงเควสต์ต่างๆ ซึ่งภารกิจในเกมจะแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ภารกิจหลักตามเนื้อเรื่อง ที่ในเกมยัดเข้ามามากกว่า 40 ภารกิจ และในแต่ละภารกิจนั้นมีความหลากหลายไม่ซ้ำกันเลยทั้งการย่องเงียบ บุกจู่โจม ฝ่ากองไฟช่วยหญิง ขับรถไล่ล่า ส่องสไนช่วยตัวประกัน ตามหาวัตถุโบราณที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกม Uncharted และอื่นๆอีกเพียบ เมื่อเคลียร์เควสต์หมดทั้งเกาะแล้วคิดว่าตัวเกมใกล้จบละก็คิดผิดถนัด เพราะตัวเกมภาคนี้แถมมาให้ถึงสองเกาะ มีเกาะเหนือกับเกาะใต้ แค่เล่นตามเนื้อเรื่องอย่างเดียวก็กินเวลาไปเกือบ 20 ชั่วโมงเลยทีเดียว แถมฉากจบในเกมก็มีถึงสองแบบที่ให้ผลลัพธ์แตกต่างกันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เล่นอีกด้วย

ส่วนภารกิจรองก็สำคัญไม่แพ้กัน และถือเป็นจุดสำคัญของเกมเลยก็ว่าได้ เนื่องจากภารกิจเหล่านี้จะช่วยทำให้เราเข้าถึงแก่นแท้ของเกม โดยแบ่งย่อยออกเป็น Path of the Hunter สวมบทนายพรานออกล่าสัตว์ป่าหายากด้วยอาวุธที่ตัวเกมกำหนด, Wanted Dead ภารกิจล่าค่าหัวสวมบทมือสังหารย่องเชือดศัตรูด้วยมีด, Supply Drop ภารกิจขับยานพาหนะส่งยาให้ทันภายในเวลาที่กำหนด, Side Missions เป็นภารกิจเสริมให้เราคอยแก้ปัญหาทุกข์ร้อนของพวกชาวบ้าน และ Trial of the Rakyat บททดสอบทักษะในการกำจัดศัตรูให้ได้มากที่สุดในเวลาจำกัด นอกเหนือจากภารกิจเหล่านี้แล้วตัวเกมยังมีมินิเกมให้เล่นคลายเครียดทั้งเล่นไพ่โป๊กเกอร์ แข่งปามีด ยิงเป้า แข่งรถแข่งเรือ ที่สามารถใช้เป็นช่องทางในการหาเงินได้เป็นอย่างดี ซึ่งเงินในเกมภาคนี้หาง่ายกว่าภาคที่แล้วมากไม่ต้องเดินหาเพชรให้เหนื่อย โดยเราสามารถหาเงินได้ทั้งจากการทำภารกิจ ขายสิ่งของเล็กๆน้อยๆ เก็บเอาตามหีบสมบัติหรือค้นซากศพศัตรูที่ตายแล้ว และมีมาให้เก็บตลอดทั้งเกมจนแทบล้นกระเป๋า

ก่อนที่จะทำเควสต์ เราควรบุกทำลายฐานที่มั่นของศัตรู (Outpost) ในบริเวณนั้นเสียก่อนเพื่อยึดเป็นฐานของเราเอง และจะทำให้การทำเควสต์ของเราง่ายขึ้นเยอะไม่มีพวกโจรสลัดมาคอยกวนใจและบางครั้งเพื่อนชาวเผ่าชุดฟ้ายังมายิงศัตรูช่วยเราอีกแรง แถมเรายังสามารถใช้ฐานเป็นจุดวาร์ปข้ามไปมาระหว่างฉากได้ด้วยระบบ Fast Travel ซึ่งช่วยย่นเวลาในการเดินทางไม่ต้องเสียเวลาเดินให้เมื่อยตุ้มเหมือนภาคก่อน นอกจากนี้ในฐานยังมีตู้ขายอัตโนมัติให้เราได้ช็อปซื้อปืน เติมกระสุน และโมดิฟายปืนทั้งติดกล้องใส่ที่เก็บเสียงแต่งลายพราง ซึ่งอาวุธปืนในเกมนี้เราแทบไม่ต้องเสียเงินซื้อ เพราะสามารถเก็บเอาปืนของศัตรูมาใช้ได้เลยโดยไม่มีกระสุนขัดลำกล้องอีกต่อไป แถมบางภารกิจยังปลดล็อคปืนให้เรามาใช้ฟรีๆ โดยเงินส่วนใหญ่จะเสียไปกับการแต่งปืนหรือซื้อปืนจำพวก Signature เสียมากกว่า สำหรับอาวุธในเกมก็ล้วนแล้วแต่เป็นอาวุธที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งอาวุธที่ถือเป็นจุดเด่นของเกมนั่นคือ “คันธนู” อาวุธสารพัดประโยชน์ที่ต้องพกติดตัวไว้ตลอด มีความแม่นยำสามารถสังหารศัตรูได้แบบเงียบเชียบใช้ได้ดีทั้งกับคนและสัตว์ แถมยังสามารถติดกล้องเพิ่มระยะ และเปลี่ยนลูกธนูเป็นชนิดพิเศษได้ทั้งไฟหรือระเบิด ไม่ต้องพกเครื่องพ่นไฟหรือเครื่องยิงลูกระเบิดให้เปลืองสล็อต

ระบบการเล่นในเกมจะมีอยู่ด้วยกันสองรูปแบบ แบบแรกคือการยิงปะทะกันซึ่งๆหน้า โดยลักษณะการยิงของอาวุธปืนในเกมนั้นสมจริงพวกปืนกลจะมีแรงถีบเป้าเด้งขึ้นส่ายไปมาตลอดแม้ว่าจะซูมเล็งแล้วก็ตาม บ่อยครั้งที่ศัตรูอยู่ตรงกลางเป้าแล้วแท้ๆแต่กลับยิงไม่โดน จึงทำให้ต้องเปลี่ยนไปใช้สไนเปอร์หรือธนูในสถานการณ์ที่ต้องการความแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีระบบเข้าที่กำบังแล้วโผล่หัวขึ้นมายิง ซึ่งทำออกมาได้สนุกมากทีเดียว ส่วนอีกแบบคือเน้นซุ่มไม่ให้ศัตรูรู้ตัวด้วยการกดย่อตัวลงเพื่อเข้าโหมด Stealth ซึ่งการย่องเชือดศัตรูหรือ Takedown นี้จะได้ค่าประสบการณ์มากกว่ายิงบู๊กันตรงๆ แถมยังมีท่าสังหารโหดที่สะใจ และยิ่งหากอัพเลเวลปลดล็อคสกิล Takedown ได้ครบทุกท่าเมื่อไร วิญญาณเอซิโอก็จะเข้าสิงกลายเป็นมือสังหารระดับพระกาฬทันที ด้วยท่าเชือดที่มีหลากหลาย และสามารถนำมาครีเอตผสมทำเป็นคอมโบสังหารต่อเนื่องล้มศัตรูทั้งฉากได้ในคราวเดียว เมื่อพูดถึงระบบสกิลแล้วตัวเกมก็มีมาให้ปลดล็อคใช้มากถึงกว่า 50 สกิล โดยแบ่งเป็น 3 สาย คือ สายนกกระสาเน้นโจมตีระยะไกลกับการเคลื่อนที่, สายฉลามเน้นบุกจู่โจมรวดเร็วกับการรักษา และสายแมงมุมเน้นย่องเชือดกับการเอาตัวรอดในป่า ซึ่งหากปลดครบหมดทุกสกิลตัวเราก็จะมีรอยสักเต็มแขนกลายเป็นยอดมนุษย์นักล่าที่สมบูรณ์แบบ

อีกหนึ่งไฮไลท์นั่นคือ สัตว์ป่าในเกมที่ขนเอามาแทบเกือบหมดป่าทั้ง งู ลิง สมเสร็จ หมี หมู หมา กา ไก่ สุนัขจิ้งจอก กวาง เสือโคร่ง เสือดาว แพะ กระบือ ตะกวด อีแร้ง นกนางนวล เต่าทะเล ปู ปลาเล็กปลาน้อย ปลาไหล ปลากระเบน ฉลาม และจระเข้น้ำเค็ม นอกจากนี้ตัวเกมยังได้มีการจำลองระบบนิเวศน์เรียงลำดับห่วงโซ่อาหาร ทำให้เราต้องศึกษาพื้นที่ให้ดีๆก่อนเหยียบย่างเข้าไปไม่งั้นก็จะเข้าทำนองหนีเสือปะจระเข้ของจริง และเรายังสามารถใช้ประโยชน์จากสัตว์ป่าเหล่านี้ในการลดกำลังของศัตรูช่วยทุ่นแรงเราได้มาก บางครั้งหากศึกษานิสัยของสัตว์แต่ละชนิดให้ดีๆก็จะค้นพบวิธีจัดการได้โดยง่าย ยกตัวอย่างเช่น สุนัขเฝ้ายามที่ชอบอยู่กันเป็นฝูงและมีประสาทรับรู้ไวเป็นเลิศต่อเสียงและกลิ่นจนเราเข้าใกล้ไม่ได้เลย วิธีกำจัดก็เพียงแค่ปาหินลงพื้นโล่งๆแล้วให้มันวิ่งกรูมารวมกันตรงจุดเดียว จากนั้นก็ใช้ธนูลูกระเบิดหรืออาร์พีจียิงใส่กลางวงก็เป็นอันเสร็จพิธี ส่วน AI ศัตรูที่เป็นมนุษย์ในเกมถือว่าฉลาดพอตัวมีการวิ่งสไลด์เปลี่ยนที่กำบังไปเรื่อยไม่ยอมอยู่เป็นเป้านิ่ง แต่เสียอย่างเดียวตรงที่ขับรถไม่เป็น หากข้างหน้าติดไปไม่ได้ก็ยังเหยียบคันเร่งอยู่อย่างนั้น บางทีเจอสิ่งกีดขวางบนถนนก็หักหลบลงเหวซะงั้น

ภาพกราฟฟิกในเกม ถือว่าทำออกมาได้สวยงามทั้งน้ำทะเลสีฟ้าคราม ทุ่งหญ้าป่าไม้เขียวขจีพริ้วตามลม น้ำตกและซากโบราณสถานต่างๆ โดยรวมแล้วฉากสภาพแวดล้อมเน้นสีสันสดใสดูโล่งสบายตาไม่ได้ใส่รายละเอียดเข้าไปมากมายนัก พูดกันตรงๆหากเทียบกราฟฟิกกับเกมครายซิสภาคแรกในเรื่องพื้นผิวรายละเอียดแล้วอาจดูด้อยกว่าด้วยซ้ำ แต่ทว่าตัวเกมฟาร์ครายสามกลับให้ความรู้สึกที่เป็นป่ามากกว่าด้วยสัตว์ป่าพืชพันธุ์นานาชนิด และพวกมันไม่ได้มาเพียงประกอบฉากเท่านั้น เพราะตัวเกมได้ใส่ระบบสร้างไอเทมใช้เองหรือ Crafting เข้ามาโดยการลอกผิวหนังของสัตว์มาทำเป็นกระเป๋าใส่ของซองใส่กระสุน ส่วนสมุนไพรก็นำมาทำเป็นยาฉีดเพิ่มพลัง ส่วนเรื่องเสียงเพลงประกอบในเกมจะเป็นแนว Jungle เน้นเสียงกลองตีรัวเร้าใจเมื่อเกิดการปะทะกัน และบางภารกิจที่ให้เราเผาไร่โคเคนดนตรีฟังแล้วครื้นเครงเหมือนคนเมายา ทางด้านเสียงปืนเสียงสัตว์ก็ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน

สำหรับโหมดออนไลน์มีทั้งแบบ Co-op ร่วมกันเล่น 4 คนช่วยกันฝ่าฟันผ่านภารกิจ ซึ่งเนื้อเรื่องจะเกิดขึ้นอีกเกาะไม่เกี่ยวกับโหมดแคมเปญ ผู้เล่นจะสวมบทเป็นหนึ่งในสี่ทหารเรือที่ต้องตามล่าหากัปตันจอมทรยศที่ขายพวกเขาให้กับกลุ่มโจรสลัด และอีกแบบคือโหมดออนไลน์มัลติเพลย์เยอร์ ที่รองรับผู้เล่นได้พร้อมกันสูงสุดถึง 18 คน แบ่งเป็นฝ่ายโจรสลัดเสื้อแดงกับชาวพื้นเมืองเสื้อฟ้า โดยมีโหมดให้เลือกเล่นทั้ง Domination ยึดพื้นที่, Team Deathmatch นับแต้มคิล, Transmission ปกป้องเครื่องส่งสัญญาณ และ Firestorm เผาจุดยุทธศาสตร์ฝ่ายตรงข้าม แต่น่าเสียดายตรงที่ได้ตัดอะไรหลายๆอย่างที่เป็นเสน่ห์ของเกมในโหมดเนื้อเรื่องออกไปทำให้กลายเป็นเกมยิงกันธรรมดาเหมือนเกม FPS ออนไลน์ทั่วๆไป รวมทั้งปัญหาเซิฟเวอร์ที่ทางยูบิซอฟต์ยังคงแก้ไม่ตก บางครั้งถึงขั้นปิดเซิฟนานเป็นวัน

องค์ประกอบโดยรวมของเกม Far Cry 3 นั้นถือว่าทำออกมาได้เหนือกว่าทุกภาคที่ผ่านมา ทั้งเรื่องภาพกราฟฟิกและระบบเกมเพลย์ แถมยังปรับปรุงในหลายๆส่วนจากภาคสองที่มีเสียงบ่นถึงการเล่นแบบ Stealth ที่สุดแสนลำบากแทบเป็นไปไม่ได้เลย และเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินทางที่แสนน่าเบื่อ อีกทั้งตัวเกมภาคสามยังใส่ภารกิจในโหมดเนื้อเรื่องเอาไว้อีกเพียบทำให้เล่นได้นาน และมีอะไรสนุกๆให้ทำเยอะแยะมากมายเหมาะที่จะหยิบมาเล่นในช่วงวันหยุดยาวๆแบบนี้

เกมการเล่น 10
กราฟิก 9
เสียง 9
ความคิดสร้างสรรค์ 10
ภาพรวม 9.5

ข้อดี : ระบบการเล่นที่สุดยอดไม่ว่าจะเลือกบู๊ยิงถล่มหรือซุ่มย่องเชือด, สภาพวิวทิวทัศน์ของเกาะที่สวยงาม, สัตว์ป่าที่มีนิสัยส่วนตัวให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในป่าของจริง, ภารกิจที่หลากหลายไม่ซ้ำซากจำเจ, โหมด Co-op ที่สนุกและมันส์
ข้อเสีย : โหมดออนไลน์ที่ค่อนข้างธรรมดา และปัญหาเชื่อมต่อกับเซิฟเวอร์ที่ทำให้เกมค้างอยู่บ่อยๆ

Minimum System Requirements (ระบบขั้นต่ำที่รองรับ)
• OS: Windows® XP (SP3) / Windows® Vista® (SP2) / Windows® 7(SP1) / Windows® 8
• Processor: 2.66 GHz Intel Core 2 Duo E6700 / 3.00 GHz AMD Athlon 64 X2 6000+ or better
• Memory: 2GB (Windows® XP), 4GB (Windows® Vista, 7, 8)
• Graphics: 512MB DirectX 9.0-compliant card with Shader Model 4.0 or higher
• DirectX: 9
• Hard Drive: 12GB HD space
• Sound: Direct X compatible

Recommend System Requirements (สเปคเครื่องคอมพิวเตอร์ที่แนะนำ)
• OS: Windows® XP (SP3) / Windows® Vista® (SP2) / Windows® 7(SP1) / Windows® 8
• Processor: Intel Core i3-530 / AMD Phenom II X2 565 or better
• Memory: 2GB (Windows® XP), 4GB (Windows® Vista, 7, 8)
• Graphics: 1024MB DirectX 11-compliant card with Shader Model 4.0 or higher
• DirectX: 11
• Hard Drive: 12GB HD space
• Sound: Direct X compatible

Shin
สนับสนุนบทความรีวิวโดยบริษัท นิวอีร่า อินเตอร์แอคทีฟ มีเดีย จำกัด New Era Games

Crysis 3

หลังจากเหตุการณ์ใน Crysis 2 พร็อพเฟต (Prophet) หรือ อัลคาทราซ (Alcatraz) ที่ตอนนี้ ถูกหลอมรวมเข้ากับความทรงจำและจิตใจของ ลอว์เรนซ์ บานส์ (Laurence Barnes) ที่ฝังอยู่ในชุดนาโนสูท ร่วมมือกับ ไซโค (Psycho) และเหล่าทหารนาโนสูท ออกพลิกแผ่นดินค้นหา อัลฟ่าเซปฟ์ (Alpha Ceph) ผู้นำของกองทัพเอเลี่ยน หลังจากที่ได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับการมีอยู่ของเซปฟ์ ในเหตุการณ์ที่ Lingshan แต่ทว่า ไม่ว่าจะพยายามค้นหาสักเท่าไหร่ พวกเขาก็ไม่พบเบาะแสเกี่ยวกับอัลฟ่าเซปฟ์เลยสักนิด ลูกทีมของพร็อพเฟตเริ่มถอดใจและเชื่อว่าเหล่า เซปฟ์ (Ceph) ได้ถูกทำลายไปจนหมดแล้ว

บริษัทวิจัยและพัฒนาอาวุธ CELL ต้องการที่จะครอบครองโลกใบนี้รวมไปถึงเทคโนโลยีของเอเลี่ยนทั้งหมด CELL ได้ทรยศเหล่าทหารนาโนสูทที่เหลืออยู่ โดยการจับกุมตัวพวกเขาแล้วลอกเอาชุดนาโนสูทออก นักวิจัยและผู้เกี่ยวข้องกับนาโนสูททั้งหมดถูกควบคุมตัว และถูกบังคับให้ดำเนินตามแผนการของพวกมัน ด้วยเหตุนี้ พร็อพเฟตที่ถูกจับกุมและคุมขังไว้ด้วยสนามพลัง EMP จึงถูกส่งตัวไปยังนาโนโดมที่ CELL สร้างครอบเมืองนิวยอร์กไว้ เพื่อดำเนินการลอกชุดนาโนสูทออก

แรช (Rasch) ผู้บริหารบริษัทวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพ Hargreave-Rasch Biotechnologies ล่วงรู้ถึงแผนการของ CELL และได้ลาออกจากตำแหน่ง พร้อมทั้งลบข้อมูลการค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีของเซปฟ์ออก เพื่อป้องกันไม่ให้ CELLได้ข้อมูลทั้งหมดไป แรชเข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้าน และขอร้องให้กลุ่มต่อต้านเข้าช่วยเหลือพร็อพเฟต เพราะมีแต่เขาเท่านั้น ที่จะสามารถหยุด CELL ได้ ไซโคที่ตอนนี้กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มต่อต้าน ได้นำทีมเข้าช่วยเหลือพร็อพเฟตจากที่คุมขัง บนเรือขนส่งที่เทียบท่าอยู่ในเมืองนิวยอร์ก

ไซโคเล่าถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้พร็อพเฟตฟัง หลังจากที่เขาถูกจับและควบคุมตัวไว้เป็นเวลาถึง 20 ปี ว่า CELL ได้ใช้เทคโนโลยีของเซปฟ์ เพื่อสร้างแหล่งพลังงานที่ไม่มีวันสิ้นสุด จนในที่สุด CELL ได้กลายเป็นผู้ผูกขาดในด้านการผลิตพลังงาน และใช้ประโยชน์ของมันในการทำให้ผู้คนเกิดหนี้สิน และส่งคนเหล่านั้นออกไปยัง Volunteer Camps จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดตั้งกลุ่มต่อต้าน แต่กลุ่มต่อต้านก็ยังไม่สามารถทำอะไร CELL ได้มากนัก เนื่องจาก CELL คุมอำนาจในการปกครองทุกอย่างไว้หมดแล้ว ไซโคเล่าต่อว่า ศูนย์กลางแหล่งพลังงานที่ CELL ใช้แจกจ่ายไปทั่วทั้งโลกนั้น รู้จักกันในชื่อ System X ตั้งอยู่ในบริเวณเมืองนิวยอร์ก ซึ่งตอนนี้กลายเป็นเมืองร้าง และเต็มไปด้วยป่าทึบ ไซโคต้องการให้พร็อพเฟตช่วยเหลือเขาในการทำลาย System X เพื่อปลดปล่อยโลกจากการยึดครองของ CELL แต่พร็อพเฟตกลับกังวลเกี่ยวกับการค้นหาตัวอัลฟ่าเซปฟ์มากกว่า

ไซโคและพร็อพเฟต ต่อสู้กับเหล่าทหารของ CELL ภายในโดมจนมาถึงศูนย์บัญชาการของกลุ่มต่อต้าน พวกเขาได้พบกับแรชและ แคลร์ (Claire) ผู้บัญชาการของกลุ่มต่อต้าน แคลร์แสดงท่าทางไม่ไว้ใจพร็อพเฟต โดยเธอบอกว่า พร็อพเฟตตอนนี้กลายเป็นพวกเซปฟ์ หรือ CELL และยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่แรชก็พยายามอธิบายกับแคลร์ว่า พร็อพเฟตคือกุญแจสำคัญในการล้มล้างอำนาจของ CELL

เป้าหมายแรกของพวกเขาคือการทำลายระบบป้องกันของ System X โดย CELL ใช้เขื่อน Fulton Hydrodam ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและส่งตรงไปยังระบบป้องกันหลัก ซึ่งสิ่งนี้ทำให้พร็อพเฟตคิดว่า อาจมีบางอย่างในตัว System X ที่ทำให้ CELL หวาดกลัว จนต้องแยกผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับระบบป้องกันโดยเฉพาะ หลังจากที่พร็อพเฟตสามารถทำลายเขื่อนและปิดระบบของ System X ได้แล้ว เขาก็พบว่า ตัวจริงของแหล่งกำเนิดพลังงานที่ใช้ใน System X คืออัลฟ่าเซปฟ์นั่นเอง ลำแสงขนาดใหญ่ถูกยิงขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศ เพื่อสร้างเวิร์มโฮล (Wormhole หรือ Einstein-Rosen Bridge) ประตูมิติเชื่อมต่อกับกาแลคซี่ M33 เพื่อนำกองทัพเข้ารุกรานโลก

พร็อพเฟตพบว่า เมื่อเขาเข้าใกล้อัลฟ่าเซปฟ์ เขาจะเห็นภาพบางอย่างจากจิตของอัลฟ่าเซปฟ์โดยที่มันไม่รู้ตัว พร็อพเฟตจึงคิดวิธีการที่จะหาจุดอ่อนของอัลฟ่าเซปฟ์ โดยการปลดล็อคระบบป้องกันการถูกควบคุมจิตใจของนาโนสูท เพื่อให้พร็อพเฟตสามารถเชื่อมต่อกับอัลฟ่าเซปฟ์ได้อย่างสมบูรณ์ พร็อพเฟตและไซโคจึงออกเดินทางไปยัง Skinning Lab เพื่อดำเนินตามแผนการ ที่นั่น ไซโคได้ค้นพบว่า แคลร์คือคนที่ทำหน้าที่ลอกนาโนสูทออกจากตัวเขาและคนอื่นๆ ตามคำสั่งของ CELL ซึ่งแคลร์ได้พยายามแก้ตัวโดยบอกว่าเธอไม่มีทางเลือก และสิ่งนี้ยังเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอมาเข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้าน แต่ไซโคที่กำลังโกรธจนถึงขีดสุด ไม่ยอมรับฟังเหตุผลใดๆ และยังพาลใส่พร็อพเฟต เขาโยนป้ายชื่อของอดีตเพื่อร่วมทีมที่เสียชีวิตไปแล้วให้กับพร็อพเฟตและบอกว่า คนเหล่านี้ต้องตายเพียงเพราะทำตามคำสั่ง คำสั่งที่พร็อพเฟตไม่มีทางเลือกเหมือนๆ กับแคลร์ ก่อนที่ไซโคจะเดินจากไป

พร็อพเฟตพบว่า CELL มีแผนการที่จะใช้ดาวเทียมสังหาร Archangel ที่สามารถดึงพลังงานจากทั่วทั้งโลก เพื่อใช้เป็นอาวุธในการทำลายอัลฟ่าเซปฟ์ แต่ด้วยพลังงานที่ใช้ในการยิง เป็นพลังงานรูปแบบเดียวกันกับอัลฟ่าเซปฟ์ จึงทำให้อาจเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่เมื่อพลังงานทั้งสองเข้าปะทะกัน และส่งผลให้โลกทั้งใบถูกทำลาย ในขณะนั้นเอง พวกเซปฟ์ได้เข้าโจมตีกลุ่มต่อต้าน แคลร์บอกกับพร็อพเฟตที่พยายามจะเข้าช่วยเหลือว่า การหยุด Archangel เป็นเรื่องที่สำคัญกว่า จึงไม่ต้องเป็นห่วงพวกเธอ แต่ในที่สุด ไซโคก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับยาน VTOL และเข้าช่วยเหลือกลุ่มต่อต้าน

ทั้งหมดบุกเข้าไปยังสถานีควบคุม Archangel และปิดระบบการทำงานของมัน ก่อนที่พลังงานสะสมที่ถูกยิงออกมาจะถึงจุดที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ในขณะนั้นเอง แรชผู้ซึ่งใช้ DNA ของเซปฟ์ในการยืดอายุขัยของตัวเอง ก็ถูกควบคุมโดยอัลฟ่าเซปฟ์และเข้าทำร้ายพร็อพเฟต ในขณะที่แรชกำลังจะทำร้ายไซโค แคลร์ก็เข้ามาขวางไว้ ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บสาหัส ไซโคใช้ปืนยิงใส่แรช ซึ่งทำให้เขาได้สติกลับคืนมา แรชบอกกับพร็อพเฟตว่า ในตัวของพร็อพเฟตนั้น มีบางสิ่งบางอย่างที่อัลฟ่าเซปฟ์ไม่มี และเป็นสิ่งที่มันไม่เข้าใจ ก่อนที่พร็อพเฟตและไซโค จะช่วยแคลร์ที่ได้รับบาดเจ็บ ใช้ VTOL เพื่อหลบหนี

ทั้งสามบังคับยาน VTOL บินฝ่าฝูงยานของเซปฟ์ จนยานได้รับความเสียหายและตกลงสู่พื้น แคลร์ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส กล่าวขอโทษไซโคเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสิ้นใจ พร็อพเฟตพยายามบอกให้ไซโคสงบสติอารมณ์ และรีบหายานลำใหม่เพื่อดำเนินการตามแผนต่อ แต่ไซโคบอกกับพร็อพเฟตว่า เขาคือ ไมเคิล ไซคส์ (Michael Sykes) มนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีพลังจากนาโนสูท ไม่สามารถจะปกป้องชีวิตใครได้แม้แต่คนเดียว แต่พร็อพเฟตตอบสวนกลับไปว่า หากไซโคเป็นคนที่ใส่นาโนสูทอยู่ ทุกคนคงตายกันไปหมดแล้ว การที่เขาเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดานี้แหละ คือสิ่งที่ช่วยทุกคนไว้ พร็อพเฟตบอกต่อว่า เราทุกคนก็เป็นมนุษย์เหมือนๆ กัน เราทุกคนร่วมกันต่อสู้ ไม่ใช่ชุดนาโนสูทบ้าๆ นี่ หลังจากที่ไซโคสงบสติอารมณ์ได้แล้ว เขาก็พร้อมที่จะลุยภารกิจสุดท้ายต่อ ในฐานะมนุษย์ธรรมดาที่มีชื่อว่าไมเคิล

หลังจากที่พร็อพเฟตและไซโค ร่วมมือกันจนสามารถจัดการกับอัลฟ่าเซปฟ์ได้แล้ว ลำแสงที่ใช้สร้างเวิร์มโฮลก็เกิดปฏิกิริยาบางอย่าง มันดูดทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ รวมไปถึงพร็อพเฟต ออกไปนอกชั้นบรรยากาศ หลังจากได้สติ พร็อพเฟตพบว่า ชุดสูทของเขาได้รับความเสียหายอย่างหนัก เขามองเห็นยานแม่ขนาดใหญ่ของเซปฟ์ กำลังเคลื่อนที่เข้ามาผ่านทางเวิร์มโฮล พร็อพเฟตทำการแฮ็คดาวเทียม Archangel ที่อยู่ใกล้ๆ และใช้มันทำลายยานแม่ของเซปฟ์ แรงระเบิดมหาศาลทำให้เวิร์มโฮลสลายไป พร็อพเฟตถูกแรงระเบิดผลักกระเด็นเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ร่างของเขาตกลงสู่ทะเลบริเวณใกล้ๆ เกาะ Lingshan ที่ซึ่งเซปฟ์ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อ 27 ปีก่อน

ณ กระท่อมเล็กๆ ริมทะเล พร็อพเฟตตื่นขึ้นพร้อมกับเสียงข่าวจากวิทยุที่รายงานว่า ทรัพย์สินที่เหลืออยู่ทั้งหมดของ CELL Corporation ถูกสั่งยึดไปหมดแล้ว เมื่อพร็อพเฟตส่องดูกระจกเงาเขาก็พบว่า นาโนสูทได้เปลี่ยนสภาพภายนอกไปเป็นสิ่งที่มีลักษณะคล้ายผิวหนังของ ลอว์เรนซ์ บาน เสมือนกับว่าพร็อพเฟตคนเก่าได้คืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง พร็อพเฟตหยิบป้ายชื่อของอดีตลูกทีมขึ้นมาดู นึกถึงสิ่งที่เขาต้องสูญเสียเพื่อแลกกับชัยชนะของเหล่ามนุษยชาติ เขาขว้างป้ายชื่อทั้งหมดลงสู่ก้นทะเล และบอกกับตัวเองว่า เขาคือ ลอว์เรนซ์ บานส์ หรือที่ใครๆ รู้จักกันในชื่อพร็อพเฟต ก่อนที่จะเดินล่องหนหายไป

ณ ที่แห่งหนึ่ง ทหาร CELL 2 นาย พร้อมกับผู้บริหาร 3 คน กำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่างด้วยความตื่นตกใจ ทั้งหมดหนีเข้าไปหลบในห้องๆ หนึ่ง ทหาร CELL ทั้งสองนายถูกชายที่นั่งรออยู่บนโต๊ะทางด้านหลังยิงเสียชีวิต ซึ่งต่อมาเผยให้เห็นว่า ชายผู้นั้นคือไซโค ก่อนที่เขาจะบอกกับผู้บริหาร CELL ทั้ง 3 ว่า เขาเคยถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลของ CELL ครั้งนึง ซึ่งตอนนี้เขาต้องการจะคอมเพลน

 

 

Reference: http://crysis.wikia.com

 

Call of Duty: Black Ops II

Call of Duty: Black Ops II

ปี ค.ศ. 2025 เดวิด เมสัน (David Mason) และคู่หูของเขา ไมค์ ฮาร์เปอร์ (Mike Harper) นำกำลังหน่วยรบพิเศษ US Special Forces เดินทางไปยัง เดอะโวลต์ (The Vault) บ้านพักของ แฟรงค์ วู้ดส์ (Frank Woods) ผู้ซึ่งเดวิดและฮาร์เปอร์เชื่อว่า เขามีข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับที่อยู่ของ ราอูล เมเนนเดซ (Raul Menendez) วู้ดส์ยอมรับว่าเขาได้พบกับเมเนนเดซเมื่อไม่นานมานี้ และนำล็อกเก็ตที่เมเนนเดซมอบให้ออกมาให้ทั้งสองคนดู จากนั้นวู้ดส์จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเมเนนเดซและภารกิจของเขาในปี ค.ศ. 1980 สมัยที่เขายังเป็นทหารอยู่ให้ฟัง

ตามคำบอกเล่าของวู้ดส์, อเล็กซ์ เมสัน (Alex Mason) ได้ลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ในปี ค.ศ. 1986 และย้ายไปอยู่ในอลาสก้า กับเดวิด เมสัน ลูกชายวัย 7 ปีของเขา ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มสั่นคลอน เมื่ออเล็กซ์ถูก เจสัน ฮัดสัน (Jason Hudson) ดึงตัวไปรับภารกิจในสงครามกลางเมืองที่ ควนโด คูบานโก (Cuando Cubango) ประเทศแองโกลา วู้ดส์เล่าต่อว่า เขาได้พลัดหลงกับทีมของเขาและถูกจับเป็นเชลยในระหว่างช่วยเหลือ โจนาส ซาวิมบิ (Jonas Savimbi) นำกลุ่มต่อต้าน UNITA เข้าต่อสู้กับกลุ่มรัฐบาล Marxist

ด้วยความช่วยเหลือของ UNITA เมสัน และ ฮัดสัน สามารถช่วยเหลือวู้ดส์ออกมาจากคูบานโกได้สำเร็จ ในระหว่างที่กำลังหลบหนี พวกเขาก็ได้พบกับ ราอูล เมเนนเดซ ชายผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังการจับกุมตัววู้ดส์และสังหารหมู่ลูกทีมของเขา เมสันและเมเนนเดซเกิดการต่อสู้กัน ซึ่งทำให้เมเนนเดซถูกยิงเข้าที่ทางด้านขวาของใบหน้า จากนั้นทั้งสามคนได้หลบหนีจากการไล่ล่าและถูกช่วยเหลือโดยเฮลิคอปเตอร์ของซาวิมบิ

หลังจากนั้น เมสันและฮัดสัน ได้เริ่มภารกิจไล่ล่าตัวเมเนนเดซ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นพ่อค้าอาวุธรายใหญ่ในสงครามความขัดแย้งต่างๆ ในแถบแอฟริกาและลาตินอเมริกา ในจุดนี้เอง เรื่องราวอันเป็นสาเหตุของความอาฆาตแค้นที่เขามีต่อชาติตะวันตกได้ถูกเปิดเผยขึ้น, โจเซฟีน่า (Josefina) น้องสาวของเขา ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกลอบวางเพลิงเพื่อเอาเงินประกันโดยมีนักธุรกิจชาวอเมริกันอยู่เบื้องหลัง, พ่อของเขา โจเซ เมเนนเดซ (Jose Menendez) เจ้าพ่อยาเสพติดผู้ทรงอิทธิพล ถูกลอบสังหารโดย CIA ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาตัดสินใจต่อสู้ดิ้นรนที่จะล้างแค้นชาติตะวันตก

ต่อมาไม่นาน CIA ได้ออกคำสั่งจู่โจมนิการากัว แหล่งกบดานของเมเนนเดซ และเป็นแหล่งสนับสนุนทางด้านอาวุธให้กับโซเวียตเพื่อใช้ในการยืดครองอัฟกานิสถาน การปฏิบัติการในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดยนายพล มานูเอล โนริเอกะ (Manuel Noriega) ในระหว่างบุกจู่โจม วู้ดส์ได้ใช้ระเบิดสังหารน้องสาวของเมเนนเดซโดยไม่ได้ตั้งใจ จึงทำให้ความแค้นของเมเนนเดซทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ในที่สุดเขาสามารถหนีรอดไปได้ด้วยความช่วยเหลือของ มานูเอล โนริเอกะ ผู้ซึ่งทรยศและสังหารลูกทีมของตัวเองเพื่อช่วยเหลือเมเนนเดซ

ในระหว่างปฏิบัติการบุกปานามา (Operation Just Cause) ในปี ค.ศ. 1989 เมเนนเดซได้จับตัวฮัดสันและเมสันไปเพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อ และวางแผนหลอกวู้ดส์ให้เข้าใจผิด ทำให้วู้ดส์ยิงปืนใส่เมสันแทนที่จะเป็นเมเนนเดซ หลังจากนั้น เมเนนเดซได้สังหารฮัดสันและทำร้ายวู้ดส์จนพิการ แต่เขายังไม่พอใจกับการล้างแค้นในครั้งนี้จึงปล่อยให้วู้ดส์และเดวิดมีชีวิตอยู่ต่อ โดยสัญญาว่าจะกลับมาล้างแค้นอีกครั้งเมื่อถึงเวลาอันสมควร

30 ปีต่อมา เมเนนเดซปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในฐานะผู้นำของกลุ่มประชานิยม คอร์ดิส ดาย (Cordis Die) ที่มีสาวกมากกว่าหนึ่งพันล้านคน เขาได้ทำการโจมตีระบบเครือข่ายโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ (Cyberattack) ของประเทศจีน ทำให้ตลาดหุ้นกลายเป็นอัมพาต, ประเทศจีนยกเลิกการส่งออกแร่ธาตุหายากทุกชนิด นำมาซึ่งความขัดแย้งและก่อตัวขึ้นกลายเป็นสงครามเย็นระหว่าง หน่วย SDC (Strategic Defense Coalition) ของจีน และ JSOC (Joint Special Operations Command) ของอเมริกา เมเนนเดซได้ฉวยโอกาสนี้ พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อผลักดันให้ทั้งสองประเทศทำสงครามกันอย่างเต็มรูปแบบ โดยให้การสนับสนุน เถียน จ้าว (Tian Zhao) ประธาน SDC อย่างลับๆ

จากข้อมูลของวู้ดส์ เดวิด ซึ่งตอนนี้เป็นหัวหน้าหน่วย Navy SEAL มีโค้ดเนมว่า เซคชั่น (Section) ได้นำกองกำลัง JSOC ออกตามล่าตัวเมเนนเดซอีกครั้ง โดยแทรกซึมเข้าไปในประเทศพม่าเพื่อตรวจสอบสิ่งผิกปกติในพื้นที่ ที่นั่น พวกเขาได้พบกับวิศวกรคอมพิวเตอร์ของเมเนนเดซ เขาเตือนเซคชั่นเกี่ยวกับ เซเลเรี่ยม ดีไวซ์ (Celerium Device) อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่สามารถใช้เจาะระบบคอมพิวเตอร์ได้ทุกชนิด

ต่อมาเซคชั่นและทีมของเขา ได้เดินทางไปยังปากีสถานเพื่อสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับแผนการของเมเนนเดซ ในระหว่างปฎิบัติการ เมเนนเดซได้เปิดเผยชื่อของเป้าหมายออกมา คือ Karma ในหมู่เกาะเคย์แมน (Cayman Islands) จากนั้นเซคชั่นและลูกทีมของเขา ฮาร์เปอร์ และ ซัลลาซาร์ (Salazar) ได้แทรกซึมเข้าไปยังหมู่เกาะเคย์แมนเพื่อค้นหา Karma ซึ่งแท้จริงแล้วคือผู้หญิงที่มีชื่อว่า โคลอี้ ลินช์ (Chloe Lynch) อดีตพนักงานบริษัท ทาซิทัส (Tacitus) ของเมเนนเดซ และเธอยังเป็นนักพัฒนาหลักของเซเลเรี่ยม ดีไวซ์ จึงทำให้เมเนนเดซต้องการตัวเธอ

JSOC ตามล่าเมเนนเดซมาจนถึงเยเมน ที่ซึ่ง JSOC ส่งสายลับ ฟาริด (Farid) เข้าไปแฝงตัวอยู่ เพื่อช่วยเหลือเซคชั่นในการจับตัวเมเนนเดซ ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายปะทะกัน เมเนนเดซจะสงสัยในความภักดีของฟาริด โดยเขาจะสั่งให้ฟาริดสังหารฮาร์เปอร์ที่ถูกจับตัวไว้ (ในตอนนี้ หากเราเลือกที่จะขัดคำสั่งโดยการยิงปืนใส่เมเนนเดซแทน ฟาริดจะพลาดและถูกเมเนนเดซสังหาร แต่หากเลือกที่จะยิงฮาร์เปอร์ ฟาริดจะรอด แต่ฮาร์เปอร์จะไม่ปรากฏในเนื้อเรื่องต่อจากนี้)

หลังจากการปะทะกัน เมเนนเดซจะถูกจับกุมได้ในที่สุด และถูกนำตัวขึ้นไปสอบสวนบนเรือบรรทุกเครื่องบิน U.S.S. Obama แต่ทั้งหมดนี้เป็นแผนการของเมเนนเดซ ที่จะใช้คอมพิวเตอร์บนเรือ Obama เจาะข้อมูลของกองทัพสหรัฐอเมริกาเพื่อควบคุมกองทัพโดรน (Drone) ด้วยความช่วยเหลือของซัลลาซาร์ เมเนนเดซจะสามารถบุกเข้าไปจนถึงสะพานเดินเรือได้ ซัลลาซาร์จะสังหารเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของนายพล บริกซ์ (Briggs) และยิงโคลอี้กับฟาริด (หากพวกเขามีชีวิตรอดจากภารกิจที่ผ่านมา) หลังจากนั้นเมเนนเดซจะหันปืนเข้าใส่บริกซ์ (ในตอนนี้ เราจะต้องเลือกระหว่าง สังหารบริกซ์ หรือแค่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ หาเลือกที่จะไม่สังหารบริกซ์ และสามารถทำภารกิจ Strike Force ทั้งหมดได้สำเร็จ, JSOC และ SDC จะกลายเป็นพันธมิตรกัน และ SDC จะส่งโดรนมาช่วยป้องกันเรือ Obama ซึ่งทำให้บริกซ์สามารถช่วยเหลือลูกเรือที่เหลือไว้ได้) หลังจากนั้น เมเนนเดซจะส่งโดรนออกไปเพื่อหวังที่จะสังหารเหล่าผู้นำในการประชุม G20 ที่ลอสแองเจอลิส เพื่อสร้างความหายนะให้แก่เศรษฐกิจโลก

หลังจากที่เซคชั่นสามารถช่วยเหลือประธานาธิบดี บอสเวิร์ธ (Bosworth) จากการบุกโจมตีของโดรนได้แล้ว ในที่สุด JSOC ก็สามารถแกะรอยสัญญาณที่ใช้ในการเจาะระบบได้ว่ามาจากเฮติ Section จึงนำกองกำลัง JSOC บุกเข้าไปยังเฮติเพื่อทำการจับกุมราอูล เมเนนเดซในภารกิจสุดท้าย

 

Ending

ฉากจบของ Call of Duty: Black Ops II นั้นจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในการดำเนินเรื่องของผู้เล่นตั้งแต่ต้นจนจบ

 

 

หากผู้เล่นเลือกที่จะไว้ชีวิตเมเนนเดซ, สามารถทำภารกิจ Strike Force ทั้ง 4 ได้สำเร็จ และ โคลอี้ ลินช์ กับ อเล็กซ์ เมสัน รอดชีวิต จะได้รับฉากจบที่ดีที่สุด
จีนและอเมริกา จะกลายเป็นพันธมิตรกัน สงครามเย็นจะยุติลง, โคลอี้ ลินช์ จะสามารถหยุดแผน Cyberattack ของเมเนนเดซได้สำเร็จ, อเล็กซ์ เมสัน จะกลับไปเยี่ยมวูดส์และเดวิดลูกชายของเขา เมเนนเดซจะดูรายการ Talk Show อยู่ในห้องขัง ซึ่ง โคลอี้ ลินช์ จะพูดจาแดกดันเขาในขณะให้สัมภาษณ์ ทำให้เขาโมโหมาก

หากผู้เล่นเลือกที่จะไว้ชีวิตเมเนนเดซ, โคลอี้ ลินช์ รอดชีวิต แต่ อเล็กซ์ เมสัน ตายในระหว่างภารกิจ
สงครามเย็นจะยุติลง, Cyberattack ของเมเนนเดซจะล้มเหลว, เซคชั่นและวู้ดส์ จะเดินทางไปเยี่ยมหลุมศพของ อเล็กซ์ เมสัน และเซคชั่นจะบอกกับวู้ดส์ว่าเขาจะลาออกจากการเป็นทหาร ซึ่งวูดส์จะบอกว่าพ่อของเขาต้องเห็นด้วยกับการตัดสินใจครั้งนี้แน่นอน

หากผู้เล่นเลือกที่จะไว้ชีวิตเมเนนเดซ แต่ โคลอี้ ลินช์ และ อเล็กซ์ เมสัน ตายในระหว่างภารกิจ
เมเนนเดซจะถูกจับกุม แต่ Cyberattack จะประสบผลสำเร็จ ซึ่งทำให้เมเนนเดซสามารถหนีออกมาได้ เขาจะเข้าไปสังหารวู้ดส์ที่บ้านพักและเดินทางไปเยี่ยมหลุมศพของน้องสาว จากนั้นเขาจะเอาน้ำมันราดแล้วจุดไฟเผาตัวเอง

หากผู้เล่นเลือกที่จะสังหารเมเนนเดซ, โคลอี้ ลินช์ และ อเล็กซ์ เมสัน ตายในระหว่างภารกิจ
Section จะเดินทางไปเยี่ยมหลุมศพพ่อของเขา, เหล่าสาวกของเมเนนเดซจะก่อจลาจลหลังจากรู้ข่าวการตายของเขาจากวีดีโอที่เมเนนเดซเตรียมไว้ และเราจะได้เห็นภาพทำเนียบขาวถูกไฟไหม้ในตอนจบ

หากผู้เล่นเลือกที่จะสังหารเมเนนเดซ, โคลอี้ ลินช์ ตาย แต่ อเล็กซ์ เมสัน รอดชีวิต
Section จะสังหารเมเนนเดซก่อนที่จะเดินทางไปหาพ่อของเขาที่บ้านพัก, เหล่าสาวกของเมเนนเดซจะก่อจลาจลหลังจากรู้ข่าวการตายของเขาจากวีดีโอที่เมเนนเดซเตรียมไว้

 

Reference: http://callofduty.wikia.com

 

Resident Evil ภาค 6

Resident Evil 6

Leon & Helena

29 กรกฏาคม 2013, ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อดัม เบนฟอร์ด (Adam Benford) พร้อมด้วย ลีออน สก็อตต์ เคนเนดี้ (Leon Scott Kennedy) และ เฮเลน่า ฮาร์เปอร์ (Helena Harper) ตัดสินใจที่จะเปิดเผยความจริงที่เกิดขึ้นในเมือง แรคคูนซิตี้ (Raccoon City) เมื่อ 15 ปีก่อน สู่สาธารณชนในงานสัมนมาที่มหาวิทยาลัยไอวี่ (Ivy University) เมืองทอลล์โอ๊คส์ (Tall Oaks) แต่ทว่า ได้เกิดการก่อการร้ายทางชีวภาพขึ้นในเมืองเสียก่อน ซึ่งส่งผลให้อดัมติดเชื้อและกลายสภาพเป็นซอมบี้ในที่สุด หลังจากลีออนจัดการกับอดัมโดยยิงเข้าที่หัว เฮเลน่าได้บอกกับลีออนว่า ทั้งหมดนี้ เป็นความผิดของเธอเอง ซึ่งเธอจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟัง หลังจากที่เดินทางไปถึงมหาวิหารทอลล์โอ๊คส์ (Tall Oaks Cathedral) ระหว่างทาง ทั้งสองได้รับรายงานสถานการณ์จาก ฮันนิแกน (Hunnigan) ว่า ประชาชนในเมืองที่คาดว่าน่าจะติดเชื้อแล้วนั้น มีมากถึง 90% และชื่อขององค์กรที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดก็คือ นีโออัมเบร่า (Neo-Umbrella)

Leon Scott Kennedy

หลังจากเดินทางมาถึงมหาวิหารทอลล์โอ๊คส์ ทั้งสองได้ลงไปยังห้องทดลองลับที่อยู่ชั้นใต้ดิน ลีออนได้พบกับวีดีโอบันทึกภาพการทดลองที่มีป้าย “สุขสันต์วันเกิด เอดา หว่อง (Ada Wong)” เขียนกำกับไว้อยู่ จากนั้น พวกเขาได้พบกับ เดโบราห์ ฮาร์เปอร์ (Deborah Harper) น้องสาวของเฮเลน่า ซึ่งต่อมา เธอกลายเป็นดักแด้ (Chrysalid) และเปลี่ยนสภาพไปเป็น B.O.W. ด้วยความช่วยเหลือจากเอดา ทั้งสามสามารถหยุดเดโบราห์ลงได้ในที่สุด จากนั้น เฮเลน่าจะเล่าความจริงที่เธอถูกบังคับ ให้ช่วยเหลือ เดเรค ซี ไซมอนส์ (Derek C. Simmons) ในการฝ่าระบบป้องกัน เพื่อเข้าถึงตัวประธานาธิบดี เนื่องจากน้องสาวของเธอถูกไซมอนส์จับตัวไป

ไซมอนส์ได้ติดต่อเข้ามาแล้วบอกกับทั้งสองคนว่า ตอนนี้ พวกเขาได้กลายเป็นผู้ต้องสงสัย ในข้อหาลอบสังหารประธานาธิบดีไปแล้ว และยังแนะนำให้พวกเขายอมเข้ามอบตัวแต่โดยดีอีกด้วย หลังจากลีออนและเฮเลน่า สามารถหนีออกมาจากเมืองทอลล์โอ๊คส์ได้สำเร็จ ฮันนิแกนก็ติดต่อกลับมาอีกครั้ง และแจ้งให้ลีออนรู้ว่า ไซมอนส์กำลังจะเดินทางไปยังประเทศจีน ซึ่งตอนนี้กำลังเกิดการก่อการร้ายทางชีวภาพเช่นเดียวกัน โดยเชื้อไวรัสที่ใช้ เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่มีชื่อว่า ซีไวรัส (C-Virus) และยังได้รับการยืนยันจากทาง B.S.A.A. แล้วว่า เป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการก่อการร้ายในแถบยุโรปตะวันออกเมื่อหกเดือนก่อน ลีออนจึงขอให้ฮันนิแกน ช่วยปกปิดเรื่องที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ เพื่อให้สามารถลอบติดตามไซมอนส์ไปยังประเทศจีนได้ง่ายขึ้น

30 มิถุนายน 2013, ในระหว่างที่เดินทางไปยังประเทศจีน ผู้โดยสารบนเครื่องบินทั้งหมดเกิดติดเชื้อซีไวรัส ทำให้ลีออนและเฮเลน่า ต้องต่อสู้กับเหล่าซอมบี้บนเครื่อง และส่งผลให้เครื่องบินตกในที่สุด ทั้งสองได้พบกับ เชอร์รี่ ไบร์กิน (Sherry Birkin) และ เจค มัลเลอร์ (Jake Muller) ทั้งสี่ถูก อุสทานัค (Ustanak) เข้าจู่โจม ในขณะที่ต่อสู้กับอุสทานัค เสาไฟฟ้าขนาดใหญ่ได้ล้มลงมาทับร่างของอุสทานัค และทำให้พวกเชอร์รี่ถูกแยกออกจากลีออน เชอร์รีบอกกับลีออนว่าพวกเธอกำลังจะไปพบกับไซมอนส์ที่ตึก Kwun Leng ก่อนที่เสาไฟฟ้าจะเกิดระเบิดขึ้น

เมื่อลีออนและเฮเลน่า เดินทางไปถึง Koocheng พวกเขาได้พบกับเอดา และได้ไล่ตามเธอเข้าไปด้านในของโรงงานที่เป็นหนึ่งในศูนย์วิจัย ที่นั่น ลีออนได้พบกับ คริส เรดฟิลด์ (Chris Redfield) และ เพียรส์ นีวานส์ (Piers Nivans) ที่กำลังไล่ตามเอดาอยู่เช่นกัน ลีออนและคริสเกิดการต่อสู้กัน เนื่องจากลีออนต้องการขัดขวางคริสไม่ให้สังหารเอดา เอดาจึงฉวยโอกาสใช้ระเบิดแฟลชหลบหนีไปได้ หลังจากนั้น คริสจะรับปากกับลีออนว่าจะตามจับตัวเอดาโดยที่ไม่ทำร้ายเธอ และให้ลีออนไล่ตามไซมอนส์ต่อไป

เมื่อทั้งสองมาถึงตึก Kwun Leng พวกเขาก้ได้พบกับไซมอนส์และกลุ่มคนของ เดอะแฟมิลี่ (The Family) โดยมีเชอร์รี่และเจคตามมาสมทบ ไซมอนส์ยอมรับว่าเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายที่สหรัฐอเมริกา และสั่งให้ลูกน้องโจมตีใส่ลีออน ทั้งสี่จึงต้องหลบเข้าที่กำบัง เชอร์รี่จะมอบชิปที่บรรจุข้อมูลในการหยุดซีไวรัสให้กับลีออน ก่อนที่ลีออนและเฮเลน่าจะช่วยยิงคุ้มกันให้เชอร์รี่และเจคหนีไป ในขณะเดียวกัน ไซมอนส์ก็ถูกยิงด้วยลูกดอกที่บรรจุซีไวรัสไว้ โดย จูอาโว (J’avo) ที่ลอบเข้ามาทางด้านหลัง

Helena Harper

ลีออนและเฮเลน่าไล่ตามไซมอนส์ที่หนีขึ้นไปบนรถไฟ ไปจนถึงด้านหน้าสุดของขบวนรถ ไซมอนส์พูดถึงเอดาและเหตุผลที่เขาขัดขวางไม่ให้ประธานาธิบดี เปิดเผยความจริงที่เกิดขึ้นกับแรคคูนซิตี้ว่า สิ่งนี้จะทำให้สหรัฐอเมริกาหมดความน่าเชื่อถือและสูญเสียอำนาจในที่สุด จากนั้น ร่างของไซมอนส์ก็เริ่มกลายสภาพเพราะผลของการติดเชื้อซีไวรัส ในขณะที่ต่อสู้กับลีออนและเฮเลน่า ไซมอนส์พบว่า เขาถูกเดอะแฟมิลี่ทอดทิ้ง ซึ่งทำให้เขาเสียหลักลื่นตกลงไปบนรางรถไฟและถูกรถไฟทับ ลีออนและเฮเลน่ากระโดดออกจากรถไฟที่กำลังจะตกจากรางลงไปยังแม่น้ำด้านล่าง

ลีออนและเฮเลน่า ขึ้นจากชายฝั่งของเมือง Tatchi ด้วยความเหนื่อยล้า และพบว่า B.S.A.A. กำลังช่วยเหลือประชาชนในการอพยพไปยังที่ปลอดภัย จากนั้น ฮันนิแกนได้ติดต่อเข้ามาแจ้งว่า เชอร์รี่และเจคถูกลักพาตัวไป โดยสัญญาณจากดาวเทียมระบุได้ว่า พวกเขาถูกขังไว้ในสถานีขุดเจาะน้ำมันใต้ทะเล หลังจากลีออนได้ดูข้อมูลในชิปที่ได้รับมาจากเชอร์รี่แล้ว เขาก็รู้ว่า กุญแจที่จะใช้ในการหยุดการแพร่ระบาดของซีไวรัสก็คือ เจค มัลเลอร์ ลูกชายของ อัลเบิร์ต เวสเกอร์ (Albert Wesker) นั่นเอง ในขณะที่ลีออนขอให้ฮันนิแกนช่วยติดต่อกับหน่วย B.S.A.A. ที่อยู่ใกล้ที่สุดให้ เฮเลน่าก็สังเกตเห็นบางอย่างบนท้องฟ้า ซึ่งนั่นก็คือ จรวดมิสไซล์ที่บรรจุซีไวรัสไว้ด้านใน กำลังพุ่งตรงไปยังใจกลางของเมือง Tatchi และเกิดระเบิดขึ้น ทำให้ไวรัสจากมิสไซส์กระจายไปทั่วทั้งเมือง ลีออนขอร้องให้คริสเดินทางไปยังสถานีขุดเจาะน้ำมันใต้ทะเลเพื่อช่วยเหลือเชอร์รี่และเจค ก่อนที่จะได้รับแจ้งจากคริสว่าเอดาได้เสียชีวิตไปแล้ว

ลีออนและเฮเลน่า สามารถหนีจากไวรัสที่ฟุ้งกระจายอยู่ทั่วทั้งเมือง และเดินทางไปถึงยังบริเวณรอบนอกของ ควอดทาวเวอร์ (Quad Tower) ด้วยรถของหน่วย B.S.A.A. ในขณะที่ต่อสู้กับเหล่าซอมบี้อยู่นั้น รถน้ำมันที่กำลังเสียหลักก็พุ่งตรงเข้ามาและเกิดระเบิดขึ้น ทั้งสองถูกแรงระเบิดกระเด็นออกไป และทำให้ถูกล้อมด้วยเหล่าซอมบี้ ในขณะนั้นเอง เอดาก็ปรากฏตัวขึ้นและใช้เฮลิคอปเตอร์ของเธอ ช่วยยิงคุ้มกันให้ลีออนและเฮเลน่าหนีไป

ที่ด้านในของควอดทาวเวอร์ ลีออนและเฮเลน่าก็ได้พบกับไซมอนส์อีกครั้ง ไซมอนส์กลายสภาพเป็น B.O.W. และเข้าโจมตีทั้งสอง ด้วยความช่วยเหลือจากเอดา ทั้งสามสามารถจัดการกับไซมอนส์ได้สำเร็จ เอดาได้ขับเฮลิคอปเตอร์ของเธอขึ้นไปยังดาดฟ้าของตึกควอดทาวเวอร์ โดยที่ลีออนและเฮเลน่าขึ้นลิฟต์ตามไป ในระหว่างนั้น ลิฟต์ก็เกิดระเบิดขึ้น ทำให้ทั้งสองต้องกระโดดออกไปยังลิฟต์ด้านข้างและปีนขึ้นไปยังด้านบน โดยที่เอดากำลังต่อสู้กับไซมอนส์อยู่บนทางเชื่อมอีกฝั่งของตึก

หลังจากเอดาและลีออน ร่วมมือกันจัดการกับไซมอนส์ได้แล้ว เอดาได้ส่งข้อความถึงลีออนว่า เธอได้ทิ้งของขวัญแทนคำบอกลาไว้ให้ที่ดาดฟ้าของตึก ขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของตึกควอดทาวเวอร์ ไซมอนส์ที่ตอนนี้กลายสภาพเป็น B.O.W. ขนาดใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ลีออนได้ใช้ ร็อคเก็ตลอนเชอร์ (Rocket Launcher) ที่เอดาทิ้งไว้ให้พร้อมกับเฮลิคอปเตอร์ ยิงใส่ร่างของไซมอนส์ ทำให้เขาร่วงลงสู่พื้นด้านล่าง และถูกเสาแหลมที่อยู่ด้านล่าง เสียบทะลุร่างในที่สุด

ลีออนได้พบตลับแป้งที่เอดาทิ้งไว้ให้บนเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งด้านในมีชิปที่บรรจุข้อมูลหลักฐาน ที่ใช้ยืนยันว่าไซมอนส์อยู่เบื้องหลังเหตุก่อการร้ายทั้งหมด และใช้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของลีออนและเฮเลน่า จากนั้น ฮันนิแกนจะติดต่อเข้ามาแจ้งว่า ได้ค้นพบวิธีที่จะหยุดไวรัสแล้ว ก่อนที่ทั้งสองจะใช้เฮลิคอปเตอร์ของเอดา หนีออกจากตึกควอดทาวเวอร์ที่กำลังถล่ม

หลังจากเหตุการณ์ที่ประเทศจีน เฮเลน่าได้เดินทางมาเยี่ยมหลุมศพของน้องสาวเธอ พร้อมกับลีออนและฮันนิแกน เฮเลน่าบอกกับลีออนว่า เธอพร้อมที่จะรับผิดชอบกับสิ่งที่เธอทำลงไปทั้งหมดแล้ว แต่ลีออนกลับยื่นปืนคืนใส่มือของเฮเลน่า โดยฮันนิแกนอธิบายว่า หลังจากตรวจสอบหลักฐานแล้ว การที่จะให้เฮเลน่ารับผิดชอบต่อสิ่งที่ไซมอนส์ทำไว้ทั้งหมดนั้น เป็นเรื่องที่ไม่แฟร์เอาเสียเลย จากนั้น เฮเลน่าได้คืนตลับแป้งให้กับลีออน และบอกให้เขานำไปคืนให้กับเอดาเมื่อพบกับเธออีกครั้ง

 

 

Jake & Sherry

Sherry BirkinJake Muller

24 ธันวาคม 2012 ณ สาธารณรัฐอีโดเนีย (Republic of Edonia) ยุโรปตะวันออก เจค มัลเลอร์ และเหล่าทหารรับจ้าง ถูกจ้างมาให้ต่อสู้กับหน่วย B.S.A.A. ในสงครามกลางเมือง โดยหญิงสาวในชุดสีน้ำเงิน เธอแจกจ่ายยาที่อ้างว่าเป็นยาเสริมสมรรถภาพ แต่แท้จริงแล้วคือซีไวรัส ให้กับเหล่าทหารรับจ้างฉีด แต่หลังจากที่เจคฉีดยาเข้าไปแล้ว เขากลับไม่รู้สึกถึงความแตกต่างใดๆ ในขณะเดียวกัน เชอร์รี่ ไบร์กิน ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นและบอกกับเจคว่า ตัวเขามีภูมิต้านทานเชื้อซีไวรัสอยู่ ซึ่งนี่อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยโลกใบนี้ก็เป็นได้

เชอร์รี่ อธิบายกับเจคต่อว่า เธอจะต้องพาเจคกลับไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อนำเลือดของเจคไปสร้างวัคซีนต้านซีไวรัส ซึ่งเจคยื่นขอเสนอเป็นเงินสดจำนวน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อเลือดหนึ่งหยด ในระหว่างที่พยายามหลบหนีออกจากพื้นที่สงคราม อุสทานัค อวุธชีวภาพที่ได้รับคำสั่งจาก นีโออัมเบร่า ให้มาตามล่าตัวเจคก็ปรากฏตัวขึ้น ทั้งสองหลบหนีการไล่ล่าของอุสทานัคจนมาถึงใจกลางเมือง ที่นั่น พวกเขาได้พบกับ คริส เรดฟิลด์ และ เพียรส์ นีวานส์ พร้อมกับกองกำลัง B.S.A.A. ทั้งหมดได้ร่วมกันต่อสู้กับ B.O.W. ขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า Ogroman จากนั้น คริสจะให้หน่วย B.S.A.A. นำเฮลิคอปเตอร์ไปส่งทั้งสอง โดยก่อนจะแยกกัน คริสได้เอ่ยปากถามเจคว่าเขาทั้งสองเคยพบกันมาก่อนหรือไม่ ซึ่งเจคจะตอบปฏิเสธแบบกวนๆ กลับมาว่า พวกทหารหน้าตาเหมือนๆ กันไปหมด

ในระหว่างที่อยู่บนเฮลิคอปเตอร์ เชอร์รี่ได้โทรหาผู้บังคับบัญชาของเธอ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงข้อเสนอของเจค ก่อนที่เฮลิคอปเตอร์จะถูกอุสทานัคเข้าจู่โจม และทำให้ทั้งสองต้องสละเครื่องในที่สุด ในระหว่างที่ตกลงสู่พื้นด้วยร่มชูชีพ แผ่นเหล็กที่กระเด็นออกมาจากแรงระเบิด ได้เสียบเข้าที่กลางหลังของเชอร์รี่ เธอขอร้องให้เจคช่วยดึงแผ่นเหล็กออกจากหลังของเธอ ทันทีที่เจคดึงแผ่นเหล็กออก บาดแผลกลางหลังของเชอร์รี่ก็เริ่มสมานตัวเข้าหากัน ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับเจคเป็นอย่างมาก ทำให้เขาเอ่ยปากพูดกับเชอร์รี่ว่า เลือดของเธอน่าจะถูกนำไปทดสอบมากกว่า ซึ่งเชอร์รี่ตอบกลับไปว่า เธอเคยถูกทดสอบแล้ว มากซะจนตัวเธอแทบรับไม่ไหว

จากนั้น เชอร์รี่ได้บอกกับเจคว่า ชิปข้อมูลที่ใช้ในการสร้างวัคซีนได้สูญหายไป หลังจากที่ทั้งสองออกรวบรวมชิปข้อมูลทั้งหมดได้แล้ว พวกเขาก็เข้าไปหลบในบ้านไม้ใกล้ๆ เชอร์รี่ได้เล่าความจริง เกี่ยวกับความสามารถในการรักษาตัวเองให้เจคฟังว่า เธอได้รับเชื้อจีไวรัส (G-Virus) ตั้งแต่อายุ 14 ปี และพ่อของเธอ วิลเลี่ยม ไบร์กิน (William Birkin) ถูกสังหารโดย ลีออน สก็อตต์ เคนเนดี้ และ แคลร์ เรดฟิลด์ (Claire Redfield) เนื่องจากพ่อของเธอได้รับเชื้อไวรัส และกลายสภาพไปจนไม่เหลือความเป็นมนุษย์แล้ว ในขณะที่คุยกัน เหล่าจูอาโวได้เข้ามาปิดล้อม และใช้ระเบิดเพื่อทำลายกำแพงบ้าน ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้เกิดหิมะถล่ม ทั้งสองจึงใช้สโนว์โมบิลที่อยู่ใกล้ๆ หนีจากหิมะถล่มได้ในที่สุด

หลังจากพบว่า อุสทานัคยังมีชีวิตอยู่ ทั้งสองถูกอุสทานัคเข้าจู่โจมและถูกจับตัวในที่สุด เจคได้พบกับหญิงสาวในชุดสีน้ำเงินอีกครั้ง โดยเธอบอกกับเจคว่า แท้จริงแล้ว เจคคือลูกชายของ อัลเบิร์ต เวสเกอร์ ผู้ซึ่งเคยพยายามจะทำลายโลกใบนี้ ก่อนที่เจคจะถูกอุสทานัคทำให้สลบไป และถูกนำตัวไปทดลองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของซีไวรัส

Ustanak

30 มิถุนายน 2013, 6 เดือนหลังจากเหตุการณ์ที่อีโดเนีย เชอร์รี่และเจคสามารถหนีออกมาจากสถานีวิจัย พร้อมกับข้อมูลการวิจัยของเจค ในระหว่างที่กำลังหลบหนีจากการตามล่า ทั้งสองได้เห็นเหตุการณ์เครื่องบินตก และรีบตรงไปยังซากเครื่องบินทันที ที่นั่น พวกเขาได้พบกับ ลีออน สก็อตต์ เคนเนดี้ และ เฮเลน่า ฮาร์เปอร์ เชอร์รี่ได้รู้ความจริงจากลีออนว่า ไซมอนส์เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุความวุ่นวายทั้งหมด ก่อนที่ทั้งสี่จะถูกอุสทานัคเข้าจู่โจม หลังจากร่วมมือกันจัดการกับอุสทานัคได้แล้ว เสาไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ล้มลงมา ทำให้พวกเขาต้องแยกออกจากกัน เชอร์รี่ตะโกนบอกลีออนว่า เธอกำลังจะไปพบกับไซมอนส์ที่ตึก Kwun Leng ก่อนที่เธอจะออกเดินทางไปยังจุดนัดพบต่อไป

เมื่อเดินทางมาถึงจุดนัดพบ เชอร์รี่บอกกับเจคว่า หากที่ลีออนพูดเป็นความจริง เธอขอให้เจคหนีไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เมื่อเข้าไปด้านใน พวกเขาก็พบกับไซมอนส์ พร้อมด้วยลีออนและเฮเลน่า เชอร์รี่ได้รู้ความจริงจากไซมอนส์ว่า ตัวเขาเองคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายทางชีวภาพ ก่อนที่ไซมอนส์จะสั่งให้ลูกน้องเปิดฉากยิงใส่ เชอร์รี่ได้มอบชิปข้อมูลการวิจัยให้กับลีออน ก่อนที่ลีออนและเฮเลน่าจะช่วยกันยิงคุ้มกัน เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองหนีไป เมื่อหนีออกมาด้านนอกได้แล้ว พวกเขาก็ต้องเจอกับเหล่าจูอาโวที่ดักรออยู่ ทั้งสองถูกจับและนำไปขังไว้ที่สถานีขุดเจาะน้ำมันใต้ทะเล

เมื่อทั้งสองรู้สึกตัวก็พบว่า พวกเขาถูกจับล็อกติดกันอยู่ แต่ต่อมาไม่นาน ล็อกก็ถูกปลดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ ในระหว่างที่พยายามหนีอยู่นั้น ทั้งสองก็ได้พบกับคริสและเพียรส์อีกครั้ง คริสบอกความจริงกับเจคว่า เขาเป็นคนสังหาร อัลเบิร์ต เวสเกอร์ ก่อนที่ B.O.W. ยักษ์ Haos จะตื่นขึ้นจากดักแด้ เชอร์รี่และเจคหนีออกมายังด้านนอกโดยทิ้งให้คริสและเพียรส์อยู่ต่อสู้กับ Haos ที่ด้านใน

เมื่อทั้งสองมาถึงห้องที่เต็มไปด้วยลาวา อุสทานัคก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่ต่อสู้กัน เจคชกอุสทานัคเข้าที่หน้า ทำให้มันกระเด็นตกลงไปในลาวา จากนั้น ทั้งสองได้ใช้ลิฟต์ความเร็วสูงเพื่อหนีออกไปยังด้านนอก แต่อุสทานัคก็ยังตามขึ้นมาบนลิฟต์ เชอร์รี่คว้าปืนที่อยู่ด้านหน้าเธอขึ้นมาและพยายามเล็งไปที่อุสทานัค แต่ด้วยความเร็วของลิฟต์ทำให้มือของเธอไม่นิ่ง เจคจึงช่วยกุมมือของเชอร์รี่ที่ถือปืนอยู่และยิงเข้าที่หน้าอกของอุสทานัคได้ในที่สุด

หลังจากจบเหตุการณ์ เจคได้ส่งข้อความหาเชอร์รี่ที่อยู่บนเครื่องบินว่า เขาลดราคาจากที่เคยตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ให้ เหลือเพียงแค่ 50 ดอลลาร์เท่านั้น

 

 

Chris & Piers

24 ธันวาคม 2012, คริส เรดฟิลด์ และ เพียรส์ นีวานส์ พร้อมด้วยลูกทีม B.S.A.A. เข้าสู่พื้นที่สาธารณรัฐอีโดเนีย ที่ซึ่งอาวุธชีวภาพ (B.O.W.) สายพันธุ์ใหม่ที่รู้จักกันในชื่อ จูอาโว ถูกนำมาใช้ในสงครามกลางเมือง หลังจากอธิบายเกี่ยวกับภารกิจแล้ว คริสแบ่งทีมออกเป็นสองทีมเพื่อเริ่มปฏิบัติการ

Chris Redfield

คริสได้พบกับ เชอร์รี่ ไบร์กิน และ เจค มัลเลอร์ ก่อนที่ทั้งหมดจะร่วมกันต่อสู้กับ B.O.W. ขนาดใหญ่ Ogroman จากนั้น คริสได้มอบหมายให้คนของหน่วย B.S.A.A. นำเฮลิคอปเตอร์ไปส่งทั้งสอง ซึ่งก่อนจะแยกกัน คริสได้เอ่ยปากถามเจคว่าเขาทั้งสองเคยพบกันมาก่อนหรือไม่ แต่ก็ได้รับคำตอบปฏิเสธแบบกวนๆ กลับมาจากเจค

เมื่อเดินทางมาถึงซิตี้ฮอลล์ พวกเขาก็ได้พบกับหญิงสาวในชุดสีน้ำเงิน ซึ่งเธออ้างว่า เธอชื่อ เอดา หว่อง และยังอธิบายต่อว่า B.O.W. รวมไปถึงจูอาโวทั้งหมด เกิดขึ้นมาจากซีไวรัส โดยมีองค์กรที่ชื่อว่านีโออัมเบร่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง คริสตัดสินใจให้ความช่วยเหลือเธอ โดยช่วยพาเธอหนีออกจากพื้นที่ แต่ทว่า ทั้งหมดนี้เป็นแผนการของเอดา ลูกทีมของคริสทั้งสี่คนติดกับดักและถูกขังไว้ในกรง ก่อนที่เอดาจะโยนระเบิดที่บรรจุซีไวรัสไว้ด้านในใส่ทั้งสี่คน ทำให้พวกเขาติดเชื้อและกลายสภาพไปเป็น B.O.W. คริสเล็งปืนไปที่อดีตลูกทีมของเขาด้วยความลังเล ก่อนที่จะถูกโจมตีจนเพียรส์ต้องเข้ามาช่วยลากคริสที่กำลังจะหมดสติ หนีออกไปยังที่ปลอดภัย

29 มิถุนายน 2013, คริสที่อยู่ในสภาพสูญเสียความทรงจำ นั่งดื่มเหล้าอยู่ในบาร์แห่งหนึ่ง เพียรส์และลูกทีม B.S.A.A. ที่พยายามออกตามหาตัวเขาตลอด 6 เดือน ได้นำภาพเหตุการณ์การก่อการร้ายทางชีวภาพ และรูปภาพอดีตลูกทีมคริสที่เสียชีวิตไปแล้วให้ดู ซึ่งทำให้ความทรงจำของคริสเริ่มกลับคืนมา เพียรส์ได้นำตัวเขากลับเข้าสู่ทีม B.S.A.A. เพื่อสานต่อภารกิจในการกำจัดเหล่าอาวุธชีวภาพ

คริสและลูกทีมเดินทางเข้าสู่พื้นที่เมือง Waiyip ซึ่งตั้งอยู่ใน Lanshiang ประเทศจีน ที่ซึ่งได้รับรายงานว่าเกิดการก่อการร้ายทางชีวภาพ โดยมีนีโออัมเบร่าอยู่เบื้องหลัง ในระหว่างปฏิบัติภารกิจ คริสได้เห็นเหล่าผู้คนที่กลายสภาพไปเป็นดักแด้เนื่องจากติดเชื้อซีไวรัส ซึ่งทำให้ความทรงจำของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอีโดเนียกลับคืนมา และถามเพียรส์ถึงข่าวการเคลื่อนไหวของเอดาด้วยความโกรธ

ทั้งสองได้พบกับเชอร์รี่และเจคที่หายตัวไปตั้งแต่เหตุการณ์ที่อีโดเนีย คริสและลูกทีมช่วยเหลือเชอร์รี่และเจค จากการตามล่าของเหล่าจูอาโวที่นีโออัมเบร่าส่งมา ก่อนที่จะมุ่งหน้าต่อไปยังเขตสลัมของเมือง คริสและทีมถูกจู่โจมโดย B.O.W. งูยักษ์ ซึ่งทำให้ลูกทีมทั้งหมดเสียชีวิต เหลือเพียงแค่ คริส เพียรส์ และ มาร์โก้ โรส (Marco Rose) แต่ทว่า เอดาที่ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ได้ใช้ลูกดอกที่บรรจุซีไวรัสยิงใส่มาร์โก้ ทำให้เขากลายสภาพเป็น B.O.W. คริสและเพียรส์จึงต้องสังหารเขาโดยไม่มีทางเลือก

Piers Nivans

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คริสสติแตกด้วยความโมโห เพียรส์พยายามพูดเตือนสติคริสแต่ก็ไม่สำเร็จ คริสได้ตัดสินใจที่จะออกไล่ล่าตัวเอดาแทน โดยที่เพียรส์ต้องยอมตามคริสไปด้วย โดยเขาให้เหตุผลว่า ต้องมีใครบางคนคอยดูแลคริส ไม่ว่าคริสจะยอมหรือไม่ก็ตาม ทั้งสองไล่ตามเอดาเข้าไปในโรงงานซึ่งเป็นศูนย์วิจัยลับ ในขณะที่ไล่ต้อนเอดาจนมุม ลีออนและเฮเลน่าก็ปรากฏตัวขึ้น โดยลีออนได้เข้าขัดขวางคริสไม่ให้สังหารเอดา ก่อนที่เอดาจะฉวยโอกาสใช้ระเบิดแฟลชหลบหนีไป คริสรับปากกับลีออนว่าจะตามไปหยุดเอดาโดยที่จะไม่ทำร้ายเธอ และให้ลีออนและเฮเลน่าไล่ตามไซมอนส์ต่อไป

คริสและเพียรส์ไล่ตามเอดามาจนถึงท่าเรือ และไล่ต้อนเอดาไปจนถึงบนสะพานเดินเรือ ทั้งสองได้รู้ถึงแผนการที่แท้จริงของเอดาว่าเธอต้องการที่จะแพร่กระจายเชื้อซีไวรัสไปทั่วทั้งโลก ก่อนที่คนของไซมอนส์จะใช้เฮลิคอปเตอร์บินเข้ามาที่ด้านหลัง และยิงเข้าที่กลางหน้าอกของเอดา เธอบอกกับคริสว่าไม่มีใครสามารถหยุดแผนการของเธอได้ ก่อนที่เธอจะตกลงไปยังพื้นด้านล่าง เพียรส์ตรวจสอบกระเป๋าที่เอดาทำตกไว้ เขาพบหลอดบรรจุซีไวรัสที่ได้รับการพัฒนาแล้วอยู่ด้านใน ซึ่งคริสบอกให้เขาเก็บเอาไว้เพื่อนำกลับไปตรวจสอบ

ทั้งสองบังคับเครื่องบินรบเพื่อใช้ทำลายเรือที่บรรทุกจรวดมิสไซล์ ซึ่งบรรจุซีไวรัสไว้ด้านในและกำลังจะถูกยิงเข้าไปในเขตเมือง แต่ในที่สุด ทั้งสองก็ไม่สามารถหยุดหายนะครั้งนี้ได้ จรวดมิสไซล์ถูกยิงเข้าไปยังใจกลางเมือง Tatchi และทำให้ไวรัสกระจายไปทั่วทั้งเมือง คริสได้รับการติดต่อจากลีออน ซึ่งขอร้องให้ทั้งสองเดินทางไปยังสถานีขุดเจาะน้ำมัน เพื่อช่วยเหลือเจคและเชอร์รี่ที่ถูกจับตัวไป

เมื่อทั้งสองสามารถช่วยเจคและเชอร์รี่ออกมาจากที่คุมขังได้สำเร็จ คริสบอกความจริงเกี่ยวกับเรื่องที่เขาเป็นคนสังหาร อัลเบิร์ต เวสเกอร์ ให้เจคฟัง ซึ่งทำให้เจคโมโห และยกปืนเล็งไปที่คริส แต่ท้ายที่สุด เจคก็ระงับอารมณ์โกรธของเขาไว้และบอกกับคริสว่า พวกเขายังมีสิ่งอื่นที่สำคัญมากกว่า ที่จะต้องสะสาง ในระหว่างที่หลบหนี พวกเขาได้พบกับ B.O.W. ขนาดใหญ่ Haos คริสและเพียรส์ช่วยให้เจคและเชอร์รี่หนีออกไปด้านนอก โดยที่ทั้งสองยังคงอยู่ต่อสู้กับ Haos ด้านใน

Haos ได้สร้างความเสียหายให้แก่สถานีใต้น้ำเป็นอย่างมาก เพียรส์ช่วยผลักคริสในขณะที่ Haos กำลังคว้าตัวเขา ทำให้เพียรส์ถูกจับเหวี่ยงไปกระแทกกับกำแพง และถูกเศษสิ่งก่อสร้างที่ Haos ปาใส่ ทับแขนขวาของเขา ในขณะที่คริสถูก Haos จับตัวไว้ เพียรส์ดึงร่างของเขาออกมาจากเศษสิ่งก่อสร้างที่ทับอยู่ และคลานไปหยิบซีไวรัสที่ได้มาจากกระเป๋าของเอดา เพียรส์ฉีดซีไวรัสเข้าไปในร่างกาย และทำให้แขนขวาที่เขาสูญเสียไป กลับงอกขึ้นมาใหม่กลายเป็นอาวุธชีวภาพที่ทรงพลัง คริสและเพียรส์ร่วมมือกันจนสามารถกำจัด Haos ได้ในที่สุด

ในขณะที่คริสช่วยพยุงเพียรส์เข้าไปยังกระสวยช่วยชีวิตเพื่อหลบหนี เพียรส์รู้ตัวดีว่า เขาไม่สามารถกลับไปในสภาพนี้ได้แล้ว เขาจึงผลักคริสเข้าไปในกระสวยและกดสวิตซ์ปล่อยกระสวยออกไปด้านนอก ในขณะที่กระสวยกำลังพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำ Haos ก็ตามขึ้นมาและจับกระสวยไว้ แต่เพียรส์ที่อยู่ด้านล่างก็ใช้แขนของเขา ยิงกระแสไฟฟ้าใส่ Haos ทำให้มันร่วงลงสู่ด้านล่างพร้อมกับการระเบิดของสถานีใต้น้ำ

คริสนั่งกินสเต็กอาหารโปรดของเพียรส์อยู่ในบาร์แห่งหนึ่ง ก่อนที่คนของหน่วย B.S.A.A. จะเข้ามาแจ้งให้ทราบถึงภารกิจใหม่

 

 

Ada Wong

27 มิถุนายน 2013, เอดาลอบเข้าไปในเรือดำน้ำใต้ทะเล ทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก หลังจากได้รับข้อมูลจาก เดเรค ซี ไซมอนส์ ว่าที่นั่นมีข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับเธออยู่ หลังจากทำการสำรวจภายในเรือดำน้ำ เอดาได้รู้ถึงแผนการก่อการร้ายทางชีวภาพ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน ก่อนที่เธอจะหลบหนีออกมาจากเรือดำน้ำที่กำลังจะระเบิด

Ada Wong

เอดาเดินทางมาถึงชั้นใต้ดินของมหาวิหารทอลล์โอ๊คส์ เธอได้พบกับลีออนและเฮเลน่า พร้อมด้วย เดโบราห์ ฮาร์เปอร์ ที่กำลังฝักตัวออกจากดักแด้ เอดาได้มอบแหวนของตระกูลไซมอนส์ ที่เธอได้มาจากสุสานใต้ดินในเมืองทอลล์โอ๊คส์ ให้แก่ลีออน ก่อนที่ทั้งสามจะร่วมมือกับต่อสู้กับเดโบราห์ที่กลายสภาพไปเป็น B.O.W. หลังจากจัดการกับเดโบราห์ได้แล้ว เอดาได้แยกตัวออกจากลีออนและเฮเลน่า หลังจากที่ไซมอนส์ติดต่อเข้ามาและแนะนำให้เธอเข้าไปสำรวจห้องทดลองลับที่อยู่ชั้นใต้ดิน

เอดาได้พบกับวีดีโอบันทึกภาพการทดลอง และเห็นร่างเสมือนของเธอกำลังฝักตัวออกมาจากดักแด้ นอกจากนั้น เธอยังเห็นมือของชายคนหนึ่ง ที่สวมแหวนประจำตระกูลไซมอนส์อยู่ในตอนท้ายของวีดีโอ ทั้งหมดนี้ทำให้เอดารู้ว่า ไซมอนส์ที่เธอติดต่ออยู่ด้วยนั้น แท้จริงแล้วคือ เอดาตัวปลอมที่เธอเห็นในวีดีโอ เอดาติดตั้งระเบิดเวลาไว้เพื่อทำลายทุกอย่างในห้องทดลอง ก่อนที่เธอจะติดต่อไปยังไซมอนส์ตัวจริง และบอกให้เขารู้ถึงแผนการทำลายล้างโลกของเอดาตัวปลอม

ณ เมือง Lanshiang ประเทศจีน เอดาพบว่า หน่วย B.S.A.A. กำลังไล่ตามเอดาตัวปลอมไปที่ท่าเรือ ในระหว่างที่เธอกำลังไล่ตามไปนั้น เอดาได้ช่วยเหลือเชอร์รี่และเจคต่อสู้กับ B.O.W. อย่างลับๆ เอดาได้ค้นพบบันทึกข้อมูลการทดลองของไซมอนส์ และทำให้เธอรู้ว่า เอดาตัวปลอมที่เธอเห็นนั้น แท้จริงแล้วคือ คาร์ล่า (Carla) นักวิทยาศาสตร์ผู้คิดค้นซีไวรัส ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์ด้านนอก และเห็นคาร์ล่าตกลงมาจากสะพานเดินเรือ

เมื่อเอดาเข้าไปใกล้ศพของคาร์ล่า คาร์ล่าก็ลุกขึ้นมาอีกครั้ง และค่อยๆ กลายสภาพไปเป็น B.O.W. และโจมตีใส่เอดา ทำให้เอดาต้องหนีเข้าไปในเรือ หลังจากเอดาสามารถจัดการกับคาร์ล่าได้แล้ว เธอได้ใช้เฮลิคอปเตอร์เพื่อออกไล่ล่าตัวไซมอนส์

ระหว่างทางไปยังควอดทาวเวอร์ เอดาพบว่า สิ่งที่คาร์ล่าพูดไว้ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องล้อเล่น ผู้คนทั้งเมืองติดเชื้อ และเกิดความวุ่นวายไปทั่ว เอดาได้ช่วยเหลือลีออนและเฮเลน่าจากฝูงซอมบี้ และช่วยพวกเขาจัดการกับไซมอนส์ที่กลายสภาพไปเป็น B.O.W. ขนาดใหญ่ เอดาใช้เฮลิคอปเตอร์บินขึ้นไปจอดยังด้านบนสุดของตึก เธอได้ทิ้งร็อคเก็ตลอนเชอร์และตลับแป้ง ที่บรรจุชิปข้อมูลที่ใช้ในการพิสูจน์ความผิดของไซม่อนไว้ด้วย เอดาร่วมมือกับลีออนและเฮเลน่าจนสามารถจัดการกับไซมอนส์ที่ไล่ตามขึ้นมาได้อีกครั้ง เอดาส่งข้อความบอกลาให้กับลีออน และบอกลีออนเกี่ยวกับเฮลิคอปเตอร์และของขวัญที่เธอได้ทิ้งไว้ให้ ก่อนที่เธอจะเข้าไปยังห้องทดลองของคาร์ล่า ทำลายดักแด้ที่กำลังจะฝักเป็นตัว และทำลายทุกอย่างที่อยู่ในห้องทดลอง หลังจากนั้นไม่นาน เอดาก็ได้รับการติดต่อมาจากใครบางคนเพื่อว่าจ้างเธอสำหรับภารกิจใหม่

 

 

Reference: http://residentevil.wikia.com

Assassin Creed 4 : Black Flag

หลังจากที่ Ubisoft มีอาการจะใบ้..อะไรซักหน่อยเกี่ยวกับเกม Assassin Creed ในภาคถัดมา (พวกโปสเตอร์ รูปภาพต่างๆ) และประกอบกับมีข่าวลือต่างๆนา อย่างนู้น อย่างนี้ว่าจะมาปีไหน แต่ตอนนี้ทาง Ubisoft ได้ออกมาประกาศลั่นบางแล้วว่า เกม Assassin Creed ในภาค 4 นั้นจะออกมาให้ยลโฉมสิ้นปีนี้ (เร็วไปมั๊ย!!) และได้ออกตัว Trailer ของภาคที่ 4 ออกมาแล้ว… ซึ่งภาคนี้มีนามว่า “Assassin Creed 4 : Black Flag” เนื้อเรื่องของภาคจะออกมายังไง อ่านต่อครับ….

image-C5B3_5132DA62.jpg

เนื้อเรื่องในภาคนี้ จะกล่าวถึงในยุคศตวรรษที่ 18 โดยจะนำเสนอกลิ่นอายของโจรสลัด ผู้เล่นจะรับบทเป็น “Edward Kenway” ผู้ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของ Connor โดยจะผจญภัยพื้นที่แคริบเบียนในแทบเม็กซิโก รวมถึงพื้นที่ต่างๆ เช่น Havana, Cayo Islands และ Florida ส่วนระบบเล่นเกมส์ของภาคล่าสุด จะเน้นเรื่องการต่อสู้บนน่านน้ำทะเลมากขึ้น
(อย่างไรก็ตามข้อมูลอันนี้ยัง ไม่ค่อยแน่ชัดซักเท่าไร ซึ่งข้อมูลที่หามาผมก็ประกอบตามเว็บนอกต่างๆด้วย)

โดยวันวางจำหน่าย นั้นออกมาแล้ว คือ 29 ตุลาคม ปี 2556 (29/10/2013) และจะวางจำหน่ายในเครื่อง PC,Ps3,Xbox 360,Wii U ด้วย (แต่ขณะเดียวกันว่ากันว่า PC อาจได้เล่นช้าหน่อย..เอาเถอะของดีต้องนานหน่อยจ้า…)

ที่มา : http://www.fapgamer.com/forum/topic/5683

 

Continue reading

YARANAIKA

เนื้อเรื่องย่อ ชุดหมีหน้าตาเป็นอย่างนี้? เหล่าโอตาคุที่ชอบเรื่องนี้ คฤหาสน์ยาราไนก้า ของ อาเบะ Kuso Miso Technique 1.ความหมายและความสำคัญของ Kuso Miso Technique Kuso Miso Technique มีความหมายว่า เออ เออ ไม่บอกดีฟ่า = = และเรื่องมังงะ Kuso Miso Technique เป็นมังงะตอนเดียวจบที่ โด่งดังที่สุดในโลกและมี ชาวโอตาคุเป็นสาวกในญี่ปุ่นเยอะยิ่งกว่า นารูโตะ+รีบอร์น รวมกันซะอีก !!!!!! นอกจากนี้ถึงจะไม่ดังเ่ท่าดราก้อนบอล แต่เรื่องนี้ ก็ได้สร้าง คำที่มีความหมาย คำอมตะ ของเหล่าโอตาคุ คำว่า… “Yaranaika” นั่นเอง 2.มีอยู่ว่า ชายคนหนึ่งชื่อ Masaki Michishitaนักเรียนโรงเรียนประจำเเห่งหนึ่งระหว่างกำลังจะไปอาบน้ำที่ห้องอาบน้ำสาธารณะ เขาได้พบกับ Takakazu Abeชายในชุดจั๊มสูท (ชุดหมี) ที่กำลังนั่งบนม้านั่งเมื่อทั้งสองสบตากันนั้นเอง Abe ได้รูดซิปชุดของเขาลง เเละเเนะนำ”ไอ้นั่น” ของมันให้ Michi ได้ดู พร้อมกับถามว่า “Yaranaika?”หรือเเปลเป็นไทยว่า “จะเอามั้ย?” จากนั้นทั้งสองก็ไปที่ห้องอาบน้ำด้วยกันเเละดำเนินกิจกาม อย่างถึงขี้ถึงขิง 3.เรื่องน่ารู้ ไอ้บ้านี่ชื่อ Dr. Takakazu Abe มันคือชายในชุดซิบผ่าอกสีฟ้านั่งบ่นอยู่บนม้านั่ง 4.มันไม่ใช่แค่การ์ตูน Yaoi แต่มันคือการ์ตูนที่ชายสองคนเอากันให้เห็นจริงๆ ชื่อเรื่องของมันคือ คุโซมิโซ เทคนิค อาเบะสู้กับบร๊ะเจ้า อาเบะได้ออกอัลบั้มด้วย 5.ประวัติ เกิดวันที่ 3500 ลามกราคม พศ.25898-74555+89864 เป็นชาวราศีมังกือ การศึกษา โรงเรียนประจำศาสนายาโอย ” เซนต์เกย์คอนด้อมแอนด์เซ็กซีตี้ไซโคลิซึ่ม ” ภูมิลำเนา อยู่ที่เมืองวู้ฮู ประเทศเบลเงี่ยน ได้เกรดเฉลี่ย โครตSSS+++ วิชาเซ็กส์ซิโอโลจิส และวิชายาโอยูเคชั่น 6.ความสามารถ พลังชีวิต : 56000 ประมาณว่ามันอึดสามารถต่อสู้ได้ไม่ต่ำกว่า 14 คนต่อวัน พลังป้องกัน : 500+ แรงถีบและแรงรับสามารถใช้ได้กับทุกขนาด ถึกบึกบึนสามารถต้านได้ทุกสิ่ง มีความสามารถในการโจมตีและป้องกันธาตุผู้ชายได้สูงถึง 500+ แต่ลดความสามารถในการโจมตีและป้องกันธาตุผู้หญิง -500 – -1500 ผลงานเพลงกับต้นสังกัด ของท่านศาสดา ผลงานเพลงของ Takakazu Abe กับต้นสังกัดต่างๆของเค้า 1.ประวัติ คำว่า อาเบะ มาจากคำว่า “แอ๊บแอ้” แต่ทางสังกัด Sony Music เขียนชื่อผิดจากAb-e เป็น A-beเลยทำให้แอ๊บแอ้(หรืออาเบะ)ไม่พอใจอย่างมากเลยได้จัดการบรรเลงเพลง ยาราไนก้า ลั่นบริษัทก่อนที่จะมาเป็นอัลบั้มนี้ อาเบะ(ขอใช้คำนี้) ได้โดนไล่ออกก่อนที่อัลบั้มจะวางขายเพราะได้เล่น Audition(เอาดิฉัน) แพ้เด็ก ป.4 เลยไปทำกิจกามกับเด็กคนนั้นเป็นการแก้แค้นจากนั้นก็มีคลิปหลุดว่อนเน็ตเลยโดนไล่ออกซะงั้นอาเบะออกมาพร้อมกับยื่นสัญญาทางต้นสังกัดไว้ว่า ถ้ากูออกเมื่อไหร่***โดนแน่ ทางเจ้าของไม่ยอมเลยสั่งให้อาเบะรีบทำอัลบั้มให้เสร็จ โดยมีเพลงเปิดตัวคือ ยาราไนก้า โดยให้อีเพ็น (สาวใช้) มามิกซ์เพลงให้ จากนั้นอาเบะก็ได้ออกจากค่ายโดยไม่มีอัลบั้มเป็นของตัวเอง(เพราะโซนี่ซื้อไปทำเอง แล้วให้คนอื่นร้องแทน)จากนั้นอาเบะก็ได้ไปตั้งสังกัดตนเอง ชื่อ G musicโดยที่ตัวเองเป็นประธานเอง โดยได้กำเนิกอัลบั้ม “Us.Gay♀♂NEW”เป็นอัลบั้มภาษาอเมริเกย์โดยที่ทำเอง แต่งเอง แอบถ่ายเอง ในเพลง FOX U ได้โจ๊ก โซ คูลมาแต่งเพลงให้ด้วย และเพลง Ma’am ได้ อาวิ้ว ลาวันแตกมาเป็นมือกีแต๊ก อีกด้วย 2.อัลบั้ม กับ สังกัด Sony Music Artist : Dr.Takakazu Abe AlBum : YARANAIKA Released Date :1 August 20XX แนวเพลง S&M แก่ผู้ที่มีพื้นที่ในหัวใจเป็นสีม่วง kira kira รายละเอียดอัลบั้ม Tracking List : [CD] 1.Yaranaika? ( E-Pen Remix) (ลองสิจ๊ะ เวอร์ชัน E-PEN รีมิกซ์) 2.Murasaki Kira Kira Dance (จังหวะรักหัวใจสีม่วง) 3.Beautiful Gays 4.Okama no namida (น้ำตากระเทย) 5.Abe Naked (เปลือย (หัวใจ) น้องอาเบะ) 6.Abe no Himitsu (ความลับ) 7.Abe no Subarashiki sekai (โลกอันสวยงามของอาเบะ) 8.A Day In Abe ‘s Life ( วันหนึ่งในชีวิตน้องอาเบะ) 9.Lucky Gay 10.Abe Generation 11.Walking in the Lunmini’s Park (เดินเล่นในสวนลุมฯ) 12.Truth (that you never know about me) (ความลับของอาเบะที่คุณไม่เคยรู้) ( Bonus Track) DVD : Making Yaranaika and PV Yaranaika Abe Kusomiso interviewing and Un-cut Version of Yaranaika บทสัมภาษณ์ อาเบะ คุโสะมิโสะ และเบื้องหลังการถ่ายทำ PV เพลง Yaranaika พร้อม PV ฉบับ Un-Cut Pre-Order now at CDGaypan and YesGaysia เพลง YARANAIKA DANCE ผู้ร้อง Takakazu abe คนแต่ง ?? เรียบเรียง ใครมากล้าเรียบเรียงเนี่ย แถมนิดไปกับอัลบั้มรวมรูปและซีดีประจำตัวสำหรับผู้ที่ค้นหา วางจำหน่ายแล้ว Abe Kusomiso Complete Otakara Photo File อัลบั้มลับเฉพาะของคุณอาเบะ จากวันเดบิวต์จนถึงวันนี้ รวมภาพแบบส่วนตั๊ว ส่วนตัว ที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน อัลบั้ม กับ G Music [CD] 1.Yaranaika? (wanna sex me ?) (ลองสิจ๊ะ) 2.Fox U Feat. โจ๊กโซคูล (หมาป่าของ***) 3.YOU ARE ZANTIKA (***คือ(ศพ)ซานติก้า) 4.Ma’am Feat. อาวิ้ว ลาวีนแตก 5.QRACK!!! (แคว้ก!!!) 6.Dear Sony (แด่โซนี่ที่ร้ากกกก) [DVD] MV YARANAIKA [wanna sex me?] Photo [Y] Gallery คลิป อูดเตา (ผวนดูสิเฮอๆ =[]=) สรุปได้ใจความว่า ถ้าไม่คิดว่ามานเป็นอาเบะ มานก็ไม่น่าเกรียดอะไร ถ้าไม่คิดว่ามาเป็นเสียงอาเบะ มานก็ไม่รู้สึกอะไร ถ้าไม่คิดว่ามานน่าเกรียด เพลงมันก็เร้าใจ เฮ่ยเพลงมานความหมายใช้ได้นะนี่ ไม่ดิ ตูต้องไม่หลงทาง เครดิต : www.zvyx.net

Assassin’s Creed III

วันที่ 21 ธันวาคม ปี ค.ศ. 2012 เดสมอน ไมลส์ (Desmond Miles) และพ่อของเขา วิลเลี่ยม ไมลส์ (William Miles) พร้อมด้วย รีเบคก้า เครน (Rebecca Crane) และ ชอน แฮสติงส์ (Shaun Hastings) ได้ค้นพบวิหารโบราณขนาดใหญ่ (Grand Temple) ในถ้ำแถบเมืองตูริน, นครนิวยอร์ก เดสมอนได้ใช้ แอปเปิ้ลออฟอีเดน (Apple of Eden) เพื่อเปิดประตูเข้าไปด้านใน ซึ่งตรงกับสิ่งที่ถูกคาดการณ์ไว้แล้วในคำทำนาย ในขณะที่ทำการสำรวจวิหาร เดสมอนได้เข้าสู่สภาวะฟิวก์ (การสูญเสียความรู้สึกตัวไปชั่วขณะหนึ่ง) ซึ่งทำให้เขากลับเข้าสู่ แอนนิมัส (Animus) และย้อนกลับไปยังความทรงจำในอดีตของ เฮย์เทม เคนเวย์ (Haytham Kenway)

Desmond Miles

เฮย์เทมสังหารนักฆ่าใน ลอนดอน รอยัล โอเปร่า เฮาส์ (London Royal Opera House) และขโมยเหรียญซึ่งเขาและเหล่าเทมพลาร์เชื่อว่า เป็นกุญแจที่ใช้เปิดประตูของผู้ที่เคยมาถึงก่อนหน้า (Those who came before)

เฮย์เทมได้ออกเดินไปยังบอสตันโดยเรือ โพรวิเดนซ์ (Providence) ในระหว่างเดินทาง เฮย์เทมได้ต่อสู้กับ ลูอิส มิลลส์ (Louis Mills) หนึ่งในภาคีนักฆ่า (Assassin Order) ผู้ซึ่งเป็นคนทิ้งสินค้าบนเรือลงในทะเลเพื่อบอกเส้นทางให้เรือของเขาตามมาเพื่อจับตัวเฮย์เทม หลังจากเดินทางมาถึงบอสตัน เฮย์เทมได้ออกรวบรวมลูกน้องผู้จงรักภักดีอีก 5 คน ซึ่งประกอบด้วย ชาร์ลส์ ลี (Charles Lee), วิลเลี่ยม จอห์นสัน (William Johnson), โทมัส ฮิคกีย์ (Thomas Hickey), เบนจามิน เชิร์ช (Benjamin Church) และ โจนาธาน พิทเครน (Jonathan Pitcairn) ในระหว่างที่รวบรวมสมัครพรรคพวกอยู่นั้น เฮย์เทมได้สังหาร ไซลัส แททเชอร์ (Silas Thatcher) เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพอังกฤษและพ่อค้าทาส เพื่อช่วยเหลือเหล่าชนพื้นเมือง กาเนียงเกฮากา (Kanien’kehá:ka) ที่ถูกจับตัวมาเป็นทาส

หนึ่งในชาวกาเนียงเกฮากา กาชิทีโอ (Kaniehtí:io) หรือ ซีโอ (Ziio) ยินยอมที่จะช่วยเหลือเฮย์เทมตามหาวิหารโบราณโดยมีเงื่อนไขว่า เฮย์เทมจะต้องสังหาร นายพลเอ็ดเวิร์ด แบรดด็อค (Edward Braddock) ชายผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังการจับกุมตัวชาวกาเนียงเกฮากา หลังจากสืบดูความเคลื่อนไหวของแบรดด็อคแล้ว เฮย์เทมได้เข้าสังหารแบรดด็อคหลังจากกลับมาจากสงครามที่ ฟอร์ตดูเคนส์ (Fort Duquesne)

เฮย์เทมและซีโอได้เดินทางมาถึงยังหน้าทางเข้าของวิหาร แต่เฮย์เทมต้องพบกับความผิดหวังเมื่อเขาพบว่า เหรียญที่เขามีอยู่นั้น ไม่สามารถใช้เปิดประตูทางเข้าของวิหารได้ และในตอนนี้เอง ทั้งคู่ได้แสดงความรู้สึกที่มีต่อกันออกมา ต่อจากนั้นไม่นาน หลังจากเฮย์เทมกลับมา ชาร์ลส์ ลี ก็ได้รับการแต่งตั้งจากเฮย์เทมให้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในเทมพลาร์

กลับมา ณ ช่วงเวลาปัจจุบัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ได้สร้างความประหลาดใจให้กับเดสมอนเป็นอย่างมาก หลังจากนั้น เดสมอนได้เกิดมีปากเสียงกับพ่อของเขา เนื่องจากเดสมอนรู้สึกว่าเขาถูกปฏิบัติเหมือนกับเป็นนักโทษ ซึ่งทำให้วิลเลี่ยมโกรธและชกเข้าที่หน้าของเดสมอน หลังจากอารมณ์ของทั้งคู่สงบลงแล้ว ชอนจะแนะนำให้เดสมอนเลือกระหว่าง เดินสำรวจภายในวิหาร หรือกลับเข้าไปในแอนนิมัส

หลังจากกลับเข้าสู่แอนนิมัส เรื่องราวความทรงจำต่อจากนี้ จะถูกเปลี่ยนเป็นของ ราดุนฮาเกดุน (Ratonhnhaké:ton) ลูกชายของเฮย์เทมและซีโอแทน ซึ่งในระหว่างที่เขากำลังเล่นซ่อนหากับเพื่อนๆ อยู่ในป่าใกล้ๆ กับหมู่บ้านนั้น เขาได้พบกับชาร์ลส์ ลี และผู้ติดตามของเขา ชาร์ลส์จะถามหาที่ตั้งของหมู่บ้านจากราดุนฮาเกดุน และทำร้ายเขาจนสลบไป หลังจากได้สติ ราดุนฮาเกดุนได้เดินทางกลับไปยังหมู่บ้านและพบว่า หมู่บ้านของเขากำลังถูกไฟไหม้ ซึ่งเป็นเหตุให้แม่ของเขาเสียชีวิตลงในที่สุด

Haytham Kenway

ไม่กี่ปีต่อมา ราดุนฮาเกดุนในวัยหนุ่มได้รับคำบอกเล่าจากผู้อาวุโส ถึงเหตุผลที่ไม่เคยมีใครได้รับอนุญาติให้ออกไปจากหุบเขา ว่าเป็นการทำเพื่อปกป้องวิหารเอาไว้ จากนั้นผู้อาวุโสจะนำวัตถุทรงกลมเรืองแสงออกมาให้ดู และเมื่อราดุนฮาเกดุนสัมผัสกับวัตถุทรงกลมนั้น เขาก็ได้พบกับจูโน (Juno) ใน เน็กซัส (Nexus) ซึ่งจูโนได้บอกกับราดุนฮาเกดุนว่า เขาและเหล่าชาวกาเนียงเกฮากาคือผู้มีหน้าที่ปกป้องพิทักษ์วิหารนี้ไว้ และหากราดุนฮาเกดุนไม่ออกเดินทางตามหาสัญลักษณ์ตามที่จูโนแนะนำ หมู่บ้านจะถูกทำลายและผู้คนจะล้มตายเป็นจำนวนมาก หลังจากตื่นขึ้น ราดุนฮาเกดุนได้เล่าเรื่องสัญลักษณ์ที่เห็นให้ผู้อาวุโสฟัง ซึ่งอาวุโสได้อนุญาติให้ราดุนฮาเกดุนออกเดินทางเพื่อตามหาสัญลักษณ์นั้น

ราดุนฮาเกดุนได้ออกเดินทางจากหมู่บ้าน มุ่งหน้าไปทางตะวันออกตามคำแนะนำของผู้อาวุโส ที่นั่น เขาได้พบกับ อาคิลิส ดาเวนพอร์ท (Achilles Davenport) หลังจากช่วยเหลืออาคิลิสจากพวกโจรได้แล้ว อาคิลิสจะตั้งชื่อให้ราดุนฮาเกดุนใหม่ว่า คอนเนอร์ (Connor) หลังจากนั้น ทั้งสองได้ออกเดินทางไปยังบอสตันเพื่อซื้อของที่จำเป็นในการซ่อมแซมบ้านของอาคิลิส ซึ่งที่นี่เอง คอนเนอร์ได้พบกับเฮย์เทมพ่อของเขาเป็นครั้งแรก เฮย์เทมได้สั่งให้ทหารแอบปีนขึ้นไปบนหลังคาเพื่อยิงปืนสร้างสถานการณ์ ในขณะที่ประชาชนกำลังรวมตัวกันต่อต้านทหารอังกฤษ อาคิลิสได้สั่งให้คอนเนอร์สะกดรอยตามและสังหารทหารของเฮย์เทมเพื่อขัดขวางแผนการ แต่ชาร์ลส์ ลี ที่อยู่บนหลังคาอีกฝั่ง ได้ใช้ปืนของเขายิงขึ้นฟ้าแทน ทำให้ทหารอังกฤษที่อยู่ด้านล่าง ออกคำสั่งยิงประชาชน (Boston Massacre) นอกจากนี้คอนเนอร์ยังถูกป้ายความผิดว่าเป็นต้นเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย ต่อมา คอนเนอร์ได้รับการช่วยเหลือจาก ซามิลล์ อาดัมส์ (Samuel Adams) ในการหลบหนีออกจากบอสตัน

หลังจากเดินทางกลับจากบอสตันแล้ว อาคิลิสได้แนะนำให้รู้จักกับ กัปตัน โรเบิร์ต ฟอล์คเนอร์ (Robert Faulkner) และเรือของเขา อาคิล่า (Aquila) เพื่อใช้ในการเดินทางสำรวจชายฝั่งทะเลตะวันออกของสหรัฐอเมริกา เมื่อคอนเนอร์เติบโตจนได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของภาคีนักฆ่าอย่างเต็มตัวแล้ว เขาได้เริ่มทำการสังหารเหล่าเทมพลาร์ โดยเป้าหมายแรกคือ วิลเลี่ยม จอห์นสัน ซึ่งเขาพยายามที่จะรุกรานและกว้านซื้อดินแดนของชาวกาเนียงเกฮากา และตามด้วย โจนาธาน พิทเครน ผู้นำกองทัพอังกฤษที่ บังเกอร์ ฮิลล์ (Bunker Hill) และ บรีดส์ ฮิลล์ (Breed’s Hill) หลังจากจัดการกับพิทเครนได้แล้ว เป้าหมายถัดไปของคอนเนอร์คือ โทมัส ฮิคกีย์ ซึ่งคอนเนอร์สืบรู้มาว่า เขากำลังวางแผนลอบสังหาร จอร์จ วอชิงตัน (George Washington)

ในระหว่างที่คอนเนอร์ไล่ตามจับฮิคกีย์อยู่นั้น ทั้งคู่กลับถูกจับโดยทหารและส่งตัวไปขังไว้ในคุก แต่ฮิคกีย์ก็ถูกปล่อยตัวไปด้วยการช่วยเหลือของเฮย์เทมและลี คอนเนอร์ถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้วางแผนลอบสังหารจอร์จ วอชิงตัน และถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ แต่ในขณะที่ทำการประหาร อาคิลิสและพรรคพวกได้เข้ามาช่วยเหลือคอนเนอร์ จากนั้น คอนเนอร์ได้ไล่ตามฮิคกีย์ไปเพื่อสังหารเขาก่อนที่เขาจะเข้าถึงตัววอชิงตัน

 

ถึงแม้จะเหลือเพียงแค่เฮย์เทม, ลี และเบนจามิน เชิร์ช แต่คอนเนอร์ก็ยังคงกังวลเกี่ยวกับแผนการลอบสังหารวอชิงตันอยู่ คอนเนอร์ได้เข้าพบวอชิงตันและได้รับแจ้งว่า เชิรช์ได้ทำการขโมยเสบียงของกองทัพฝ่ายอาณานิคมไป คอรเนอร์จึงตัดสินใจที่จะออกตามล่าตัวเชิรช์และสังหารเขา

Connor Davenport

ในระหว่างที่ออกตามล่าเชิรช์ คอนเนอร์ก็ได้พบกับเฮย์เทมอีกครั้ง เฮย์เทมอ้างว่าเขาก็กำลังตามหาตัวเชิรช์ผู้ซึ่งทรยศต่อเทมพลาร์อยู่เช่นกัน ทั้งสองจึงตกลงที่จะร่วมมือกันชั่วคราว หลังจากติดตามเชิรช์ไปจนถึงทะเลแคริเบียนและสังหารเขาได้สำเร็จ ทั้งสองคน ที่เดินทางไปพบกับวอชิงตัน ที่นี่ เฮย์เทมได้พบกับจดหมายคำสั่งขับไล่ชาวอินเดียแดงที่ให้ความช่วยเหลือกองทัพอังกฤษ ซึ่งในนั้นมีหมู่บ้านกาเนียงเกฮาการวมอยู่ด้วย ทั้งๆ ที่ชาวกาเนียงเกฮากาแสดงตัวเป็นกลางมาโดยตลอด คอนเนอร์จึงแยกตัวจากเฮย์เทมและวอชิงตัน เพื่อเดินทางกลับไปปกป้องหมู่บ้านของเขา

 

เมื่อเดินทางมาถึงหมู่บ้าน คอนเนอร์พบว่า ผู้อาวุโสได้ส่งนักรบออกไปเพื่อขับไล่ทหารของฝ่ายอาณานิคม คอนเนอร์จึงรีบตามไปจัดการกับเหล่านักรบของหมู่บ้าน โดยการทำให้หมดสติเพื่อป้องกันการสู้รบที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ท้ายที่สุด เขาถูกบังคับให้ต้องต่อสู้และสังหารเพื่อนรักของเขา คานัคโตคู (Kanen’tó:kon) ผู้ซึ่งถูกลีหลอกจนทำให้เข้าใจผิด

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้คอนเนอร์รู้สึกโกรธแค้นและต้องการกำจัดเหล่าเทมพลาร์ที่ยังเหลืออยู่ คอนเนอร์เกิดความคิดที่จะชักจูงพ่อของเขาให้หันกลับมาเข้าร่วมภาคีนักฆ่า เขาได้ออกตามล่าตัวลี ผู้ซึ่งพ่ายแพ้ให้แก่วอชิงตันและหนีไปอยู่ที่ ฟอร์ตจอร์จ (Fort George) ด้วยความช่วยเหลือของ ลาฟาแยต (Lafayette) คอนเนอร์สามารถลอบเข้าไปในฟอร์ตจอร์จได้สำเร็จ ที่นั่น เขาได้พบกับเฮย์เทมอีกครั้ง เฮย์เทมได้บอกกับเขาว่า ลีได้หลบหนีไปพร้อมกับเหรียญของเฮย์เทมแล้ว ทั้งสองจึงเข้าต่อสู้กัน หลังจากที่คอนเนอร์รู้แล้วว่า เขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพ่อของเขาได้ เขาจึงสังหารเฮย์เทมในที่สุด

ณ ช่วงเวลาปัจจุบัน ระหว่างที่เดสมอนกลับออกมาจากแอนนิมัส เขาก็ได้รับคำสั่งให้ออกค้นหาแกนพลังงาน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการเปิดทางเพื่อสำรวจวิหารต่อ เดสมอนได้เดินทางไปยังแมนฮัตตันและบลาซิล ซึ่งเขาได้พบกับ แดเนียล ครอส (Daniel Cross) ผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารเหล่าภาคีนักฆ่าและผู้นำของพวกเขาในปี ค.ศ. 2000

ในระหว่างที่ทำการสำรวจวิหารอยู่นั้น จูโน ได้เล่าให้เดสมอนฟังถึงเหตุการณ์หายนะครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับโลก และยังบอกกับเดสมอนเกี่ยวกับการตายของลูซี่ (Lucy) ว่าทั้งหมดนั้นไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่หากเป็นตัวเดสมอนเองที่เป็นคนเลือก หลังจากที่แอปเปิ้ลออฟอีเดนได้เปิดเผยความจริงให้เดสมอนรู้ว่า แท้จริงแล้ว ลูซี่ต้องการนำแอปเปิ้ลออฟอีเดนกลับไปยัง แอบสเตอร์โก อินดัสทรีส์ (Abstergo Industries)

หลังจากค้นพบว่า แกนพลังงานชิ้นที่สามอยู่ที่กรุงไคโร วิลเลี่ยมได้อาสาเดินทางไปนำแกนพลังงานกลับมาแทนเดสมอน ที่กำลังค้นหากุญแจเปิดประตูด้านในของวิหารผ่านทางความทรงจำของคอนเนอร์ แต่ทว่า วิลเลี่ยมกลับถูกแอบสเตอร์โก อินดัสทรีส์จับตัวไปกักขังไว้ในสถานีวิจัย ที่เดียวกันกับที่ที่เดสมอนเคยถูกกักตัวไว้ เพื่อใช้แอนนิมัสเข้าถึงความทรงจำของ อัลแตเอียร์ (Altaïr)

จากวีดีโอของด็อกเตอร์ วาร์เรน วิดิช (Warren Vidic) เขาได้ยื่นข้อเสนอให้กับเดสมอน โดยให้นำแอปเปิ้ลออฟอีเดน มาแลกกับตัววิลเลี่ยม แต่เดสมอนตอบรับข้อเสนอของวิดิชด้วยการบุกลักลอบเข้าไปในสถานีวิจัยแทน ที่นั่น เขาได้พบกับแดเนียลอีกครั้ง ในขณะที่เดสมอนถูกต้อนจนมุม แดเนียลก็เกิดอาการ บลีดดิง เอฟเฟค (Bleeding Effect คืออาการที่ความทรงจำของบรรพบุรษ ที่อยู่ใน DNA เกิดรั่วไหลออกมา ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้งานแอนนิมัสมากจนเกินไป) แดเนียลได้วิ่งหนีออกไปจากห้องโดยมีเดสมอนวิ่งไล่ตามไป หลังจากไล่ตามจนสังหารแดเนียลได้สำเร็จ เดสมอนได้ใช้แอปเปิ้ลออฟอีเดนควบคุมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้สังหารวิดิช และช่วยเหลือวิลเลี่ยมออกมาได้สำเร็จ

Charles Lee

ย้อนกลับมายังอดีต คอนเนอร์ได้ออกไล่ล่าตัวลีอีกครั้ง หลังจากที่เขาสืบหาข้อมูลที่อยู่ของลีได้แน่ชัดแล้ว คอนเนอร์วิ่งไล่ตามลีเข้าไปในอู่ต่อเรือ ซึ่งต่อมา ทั้งคู่ได้ตกลงสู่ด้านในของเรือเนื่องจากพื้นถล่มเพราะไฟไหม้ และทำให้คอนเนอร์ถูกเศษไม้เสียบเข้าที่บริเวณเอว ในระหว่างนั้น ลีได้ถามคอนเนอร์ถึงเหตุผลที่เขาพยายามต่อสู้เพื่อขัดขวางเหล่าเทมพลาร์ ซึ่งคอนเนอร์ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “เพราะไม่มีใครอีกแล้วที่จะทำ” พร้อมกับยิงลีเข้าที่บริเวณหน้าอกและหมดสติไป ลีที่บาดเจ็บสาหัสได้หนีข้ามทะเลสาปไปโดยอาศัยเรือข้ามฟากบริเวณนั้น หลังจากได้สติ คอนเนอร์ได้ไล่ตามลีไปจนถึงในผับ ทั้งคู่ร่วมดื่มกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่คอนเนอร์จะสังหารลีโดยใช้มีดแทงเข้าที่หัวใจ และกระชากเหรียญออกจากคอของลี

6 เดือนต่อมา คอนเนอร์เดินทางกลับมายังหมู่บ้านของเขา และพบว่า ชาวกาเนียงเกฮากาได้ย้ายออกไปหมดแล้ว คอนเนอร์หยิบวัตถุทรงกลมซึ่งน่าจะถูกทิ้งไว้ให้เขาขึ้นมาจากในกล่อง จูโนปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง และบอกให้คอนเนอร์นำเหรียญไปซ่อนไว้ในที่ที่จะไม่ถูกผู้อื่นพบ คอนเนอร์ได้ทำตามคำแนะนำของจูโน โดยซ่อนเหรียญไว้ใต้หลุมศพของ คอนเนอร์ ดาเวนพอร์ท ลูกชายแท้ๆ ของอาคิลิส

หลังจากรู้ที่ซ่อนของเหรียญแล้ว เดสมอนได้เดินทางไปนำเหรียญกลับมาเปิดประตูด้านในของวิหาร เมื่อเข้าไปด้านใน พวกเขาได้พบกับจูโน ซึ่งจูโนได้บอกให้เดสมอนสัมผัสกับแท่นพลังงาน เพื่อช่วยเหลือโลกจากพายุสุริยะ (Solar Flare) ที่กำลังจะมาถึง ในขณะนั้นเอง มิเนอร์วา (Minerva) ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นและเตือนเดสมอนว่า หากเขาสัมผัสกับแท่นพลังงาน ตัวเขาเองก็จะตาย จูโนจะถูกปลดปล่อยจากการถูกคุมขังและเข้ายึดครองโลกใบนี้ มิเนอร์วาได้เล่าต่อว่า จูโนถูกขังไว้เมื่อนานมาแล้ว ในช่วงที่เกิดสงครามระหว่างมนุษย์และเผ่าพันธุ์แรก (First Civilization) เนื่องจากเธอพยายามที่จะยึดครองโลก โดยการใช้เครื่องมือที่จริงๆ แล้วถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องโลก

จากนั้น มิเนอร์วาได้แสดงให้เดสมอนเห็นว่า หากปล่อยให้พายุสุริยะเคลื่อนตัวผ่านโลก เดสมอนและผู้คนอีกจำนวนมากจะรอด หลังจากนั้น เดสมอนจะกลายเป็นผู้นำทางศาสนา แต่เมื่อเวลาล่วงเลยไป คำสอนของเดสมอนจะถูกตีความผิด ซึ่งทำให้โลกกลับไปสู้ความวุ่นวายดังเดิม

หลังจากฟังจบ เดสมอนยังคงยืนกรานที่จะปกป้องโลกของเขา โดยเขาเชื่อว่า โลกจะต้องมีวิธีที่จะต่อกรกับจูโนได้อย่างแน่นอน เขาสั่งให้คนอื่นๆ หนีออกไปด้านนอก และสัมผัสกับแท่นพลังงาน เดสมอนช่วยโลกไว้ได้สำเร็จโดยแลกกับชีวิตของเขาเอง จากนั้น จูโนจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง และบอกกับเดสมอนว่า หน้าที่ของเขาได้จบลงแล้ว และตอนนี้ถึงเวลาแล้ว ที่เธอจะเริ่มทำหน้าที่ของเธอ

 

 

บทส่งท้าย, คอนเนอร์ปลดรูปของเหล่าสมาชิกเทมพลาร์ออกจากห้องใต้ดินและนำไปเผาทิ้ง ซึ่งนั่นหมายถึง การเดินทางของเขามาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว คอนเนอร์เดินทางกลับไปยังหมู่บ้านของเขา ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้ว ที่นั่น เข้าได้พบกับพรานป่า ผู้ซึ่งบอกกับคอนเนอร์ว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ขายที่ดินส่วนนี้เพื่อนำเงินไปชดใช้หนี้สงคราม นอกจากนี้ คอนเนอร์ยังได้เดินทางไปยังท่าเรือในนิวยอร์ค และยืนดูเรือลำสุดท้ายของอังกฤษที่เดินทางออกไปจากอเมริกา

 

Reference: http://assassinscreed.wikia.com

  Continue reading